Almaviva – ตำนานไวน์ Bordeaux Blend แห่งชิลี
นอกจากไวน์จะเป็นเครื่องดื่มแล้ว ยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของ “เรื่องราวการสร้างสรรค์และการร่วมมือ” เหมือนอย่างที่ Almaviva ไวน์ Grand Cru แห่งชิลี ที่ถือกำเนิดจากการร่วมมือกันของสองชื่อเสียงยิ่งใหญ่: Baron Philippe de Rothschild ผู้สร้างตำนาน Château Mouton Rothschild และ Concha y Toro ผู้ผลิตไวน์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของชิลี นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1998
ในบทความนี้ เราจะมาดูเรื่องราวของ Almaviva สัญลักษณ์ของ “French savoir-faire” และ “Chilean terroir” ที่ผสานกันอย่างลงตัว
การจับมือระหว่างฝรั่งเศส และชิลี

Almaviva (อัลมาวิวา) ถือกำเนิดขึ้นในปี 1997 จากการร่วมมือระหว่าง Baron Philippe de Rothschild ผู้สร้างตำนาน Château Mouton Rothschild แห่งบอร์กโดซ์ และ Viña Concha y Toro ผู้ผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดของชิลี ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำความเชี่ยวชาญแบบฝรั่งเศสมาผสานกับ terroir อันโดดเด่นของชิลี
ชื่อ “Almaviva” ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวละคร Count Almaviva ในนิพนธ์คลาสสิก The Marriage of Figaro ของ Beaumarchais และยังสะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม ศิลปะ และไวน์ที่เป็นมากกว่าการดื่ม แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความหมาย

ด้วยการปลูกองุ่นในเขต Puente Alto, Maipo Valley บริเวณเชิงเขา Andes ที่มี terroir คล้ายบอร์กโดซ์ ทำให้ Almaviva กลายเป็นไวน์สไตล์ Bordeaux Blend ที่มีทั้งพลังและความสง่างาม ได้รับการยกย่องเป็น Icon Wine ของชิลี และติดอันดับไวน์ระดับโลกในเวลาอันรวดเร็ว ถือเป็นการประกาศศักยภาพของชิลีในเวทีโลกไวน์อย่างแท้จริง
Terroir – Maipo Valley (Puente Alto)

แหล่งกำเนิดของ Almaviva อยู่ที่ Puente Alto, Maipo Valley พื้นที่ที่ได้ชื่อว่าเป็น “First Growth of Chile” เพราะ terroir คล้ายกับบอร์กโดซ์ฝั่งซ้าย ด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้
– ดิน: กรวดผสมหินแกรนิต ช่วยระบายน้ำได้ดีและให้โครงสร้างเข้มแข็ง
– อากาศ: กลางวันร้อนจัดและกลางคืนเย็นจากลมแอนดีส ช่วยให้ผลไม้สุกช้าและมีความสมดุล
พันธุ์องุ่นเด่นของ Almaviva
Almaviva ผลิตไวน์ในสไตล์ Bordeaux Blend โดยใช้พันธุ์องุ่นหลักจากฝั่งซ้ายของบอร์กโดซ์ แต่ปลูกในดินแดน Puente Alto, Maipo Valley ซึ่งให้รสชาติที่เข้มข้นและสมดุล โดยจะประกอบไปด้วย
● Cabernet Sauvignon – สายพันธุ์หลักที่เป็นหัวใจของ Almaviva ให้โครงสร้างที่แข็งแรง กลิ่นแบล็กเคอร์แรนท์และแบล็กเบอร์รี พร้อมแทนนินที่ทรงพลัง เหมาะแก่การบ่มระยะยาว
● Carmenère – องุ่นสายพันธุ์ที่ครั้งหนึ่งเคยหายไปจากบอร์กโดซ์ แต่ฟื้นคืนชีพที่ชิลี กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Almaviva ที่ช่วยเติมความนุ่มนวลและกลิ่นเครื่องเทศอันอบอุ่น
● Cabernet Franc – เพิ่มโทนดอกไม้ แทนนินที่ละเอียด และความสดชื่นในรสชาติ
● Merlot – มอบความนุ่มละมุน และผลไม้สุกที่ช่วยทำให้ไวน์ดื่มได้ง่ายขึ้น
● Petit Verdot – เสริมความเข้มข้น สี และเครื่องเทศที่ทำให้รสชาติลึกและซับซ้อนยิ่งขึ้น
การผสมผสานของพันธุ์องุ่นเหล่านี้ ทำให้ Almaviva มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผสมผสาน พลังของ Cabernet Sauvignon กับ ความหอมซับซ้อนของ Carmenère และ ความสมดุลแบบ Grand Cru Classé ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Almaviva 2019 – Bordeaux Blend แห่งชิลีที่เปล่งประกาย
Almaviva 2019 คือผลลัพธ์ของการผสมผสาน French savoir-faire จากตระกูล Rothschild และพลังแห่ง terroir ของ Puente Alto, Maipo Valley, ชิลี ซึ่งทำให้วินเทจนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่สะท้อนความ “สมดุลและความลุ่มลึก” ได้อย่างน่าทึ่ง
ปี 2019 เป็นวินเทจที่มีสภาพอากาศสมบูรณ์แบบสำหรับ Maipo Valley — ฤดูปลูกที่แห้งและเย็นในยามค่ำคืน ส่งผลให้ผลองุ่นสุกช้า มีโครงสร้างแน่น แต่ยังคงความสดชื่นและความสง่างาม ผลที่ได้คือ Almaviva ที่เต็มไปด้วย power & elegance ในสไตล์ที่เปรียบได้กับ Grand Cru Classé ของฝรั่งเศส
วินเทจนี้ ได้รับคะแนนสูงกว่า 90 คะแนน จากนักรีวิวชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น James Suckling หรือ Wine Advocate โดย Robert Parker
คาแรคเตอร์ : ให้กลิ่นแบล็กเคอร์แรนท์ แบล็กเชอร์รี และดาร์กช็อกโกแลต แฝงกลิ่นใบยาสูบและเครื่องเทศ รสชาติเข้มข้น แต่กลมกล่อมด้วยโทนผลไม้สุกและแร่ธาตุ แทนนินละเอียดและกรดสมดุล ทำให้เก็บได้ยาวนานนับสิบปี จบยาว ละเมียด และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Carmenère จากชิลี
การ Pairing : สเต็กริบอาย medium-rare, เนื้อแกะอบโรสแมรี, ชีสแข็งอายุยาวเช่น Manchego หรือ Comt หากอยากลองอะไรใหม่ ๆ ก็อาจจะมองเป็นเนื้อย่างจิ้มแจ่ว, หมูแดงฮ่องกง, ข้าวผัดทรัฟเฟิล หรือซูชิวากิว
● การร่วมมือระดับโลก – สร้างโดย Baron Philippe de Rothschild (ฝรั่งเศส) และ Concha y Toro (ชิลี)
● Terroir อันทรงพลัง – Puente Alto, Maipo Valley ได้ชื่อว่าเป็น “First Growth ของชิลี”
● วินเทจ 2019 ที่สมบูรณ์แบบ – โครงสร้างแน่น เข้มข้น แต่ยังคงความสดชื่นและสง่างาม
Almaviva จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งการเชื่อมโยงสองโลกเข้าด้วยกัน – ความประณีตแบบฝรั่งเศสและพลังจากดินแดนชิลี ทุกวินเทจคือบทพิสูจน์ว่าไวน์จากโลกใหม่สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับตำนานแห่งบอร์กโดซ์ได้อย่างสง่างาม สำหรับผู้ที่มองหาไวน์ที่ทั้งลึกซึ้ง ทรงพลัง และเต็มไปด้วยเรื่องราว Almaviva คือคำตอบที่คู่ควรกับทุกการครอบครอง

