Duckhorn ผู้สร้างตำนาน Merlot แห่ง Napa Valley
ถ้าถามว่าไวน์จาก Napa Valley ที่คนนึกถึงอันดับแรกคืออะไร คำตอบส่วนใหญ่จะเป็น Cabernet Sauvignon และก็ไม่ผิด เพราะ Napa สร้างชื่อบนพื้นฐานของ Cabernet มาตั้งแต่ยุค 1960s แต่มีคนกลุ่มหนึ่งในวงการที่รู้ว่าดินของ Napa มีศักยภาพมากกว่านั้น และ Duckhorn คือหนึ่งในแบรนด์ที่พิสูจน์เรื่องนี้ให้โลกเห็นมาตั้งแต่ต้น
Duckhorn — ไร่ที่ตัดสินใจไม่เดินตามกระแส

ปี 1976 Dan และ Margaret Duckhorn ก่อตั้งโรงบ่มของตัวเองใน Napa Valley ในยุคที่ทุกคนแข่งกันทำ Cabernet Sauvignon และ Bordeaux คือมาตรฐานที่ทุกโรงบ่มในแคลิฟอร์เนียพยายามเทียบ พวกเขาเลือกทางที่ต่างออกไปอย่างตั้งใจ — Merlot ซึ่งในเวลานั้นถูกมองเป็นไวน์รองของภูมิภาค และในหลายกรณีถูกใช้แค่เพื่อ blend เข้ากับ Cabernet เพื่อเพิ่มความนุ่ม
การตัดสินใจนั้นไม่ได้มาจากความแปลกแหวกแนว แต่มาจากการที่ Dan Duckhorn เคยชิม Merlot จาก Pomerol และ Saint-Émilion ใน Bordeaux แล้วเชื่อว่าถ้าปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสมและดูแลอย่างพิถีพิถัน Merlot จาก Napa ก็สามารถมีความลึก โครงสร้าง และความซับซ้อนในระดับเดียวกันได้ บางทีอาจมากกว่า
ผลที่ได้ตอบคำถามนั้นในรุ่นต่อรุ่น จนทุกวันนี้ชื่อ Duckhorn กับคำว่า Napa Merlot กลายเป็นสิ่งเดียวกันในความทรงจำของนักดื่มและนักวิจารณ์ทั่วโลก
สิ่งที่ทำให้ Duckhorn ยังน่าจับตา
Merlot ในระดับที่ไม่มีใครทำได้เหมือน
Duckhorn ไม่ใช่แค่ผู้บุกเบิก Merlot ใน Napa — พวกเขาทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเชี่ยวชาญ ความสามารถในการดึงผลไม้สีเข้ม ความนุ่มนวลของแทนนิน และความลุ่มลึกที่ดื่มง่ายออกมาจากพันธุ์ที่หลายคนเคยมองข้าม คือจุดแข็งที่แบรนด์อื่นยากจะลอกเลียน
ไร่คือทุกอย่าง

Duckhorn เลือกทำงานกับทั้ง Estate Vineyard ของตัวเองและ Partner Vineyard ที่คัดสรรมาอย่างเข้มงวดในบริเวณ AVA ชั้นนำ อย่าง Howell Mountain ที่ให้ความเข้มข้นจากดินภูเขาไฟ, Atlas Peak ที่ให้ความสงบและแร่ธาตุ, และ Rutherford ที่ขึ้นชื่อเรื่อง “Rutherford Dust” — กลิ่นดินแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ของไวน์จากพื้นที่นี้ การผสมองุ่นจากหลาย AVA ในสัดส่วนที่เปลี่ยนตามวินเทจ คือวิธีที่ Duckhorn รักษาความสม่ำเสมอของสไตล์ไวน์ไว้ได้โดยไม่ถูกล็อกอยู่กับอากาศปีใดปีหนึ่ง
ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน
ตั้งแต่การตัดสินใจว่าจะเก็บเกี่ยวเมื่อไหร่ ไปจนถึงการเลือกถัง French oak ว่าใช้ถังใหม่กี่เปอร์เซ็นต์ และบ่มนานแค่ไหน — ทุกขั้นตอนของ Duckhorn ผ่านการตัดสินใจจากทีม Winemaker ไม่ใช่สูตรสำเร็จ
ฉลากเป็ดที่จำได้ตลอดชีวิต
รูปเป็ดบนฉลาก Duckhorn ไม่ได้มีไว้แค่สวยงาม มันกลายเป็นหนึ่งในฉลากที่สื่อสารได้ในพริบตาที่สุดในชั้นไวน์พรีเมียม ครั้งแรกที่เห็น จำ ครั้งที่สองที่เห็น หยิบ
สำรวจ Duckhorn จาก Wine-Now
สามขวดที่เลือกมานี้ครอบคลุมทั้งสีแดงและขาว และเป็นสามมุมที่แตกต่างกันของสิ่งที่ Duckhorn ทำได้ดีที่สุด



*ราคาเป็นค่าประมาณและอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดที่หน้าสินค้า หรือสอบถามราคา/สั่งซื้อทาง LINE
อยากสำรวจไวน์จาก Napa เพิ่ม?
เลือกชมไวน์สหรัฐอเมริกาทั้งหมดของ Wine-Now ตั้งแต่ Napa Cabernet ไปจนถึง Merlot และ Chardonnay
ขวดไหนเหมาะกับคุณที่สุด?
อยากรู้ว่าสามขวดนี้ขวดไหนเหมาะกับโอกาสและงบของคุณที่สุด ทีมซอมเมอลิเยร์ Wine-Now ช่วยจัดการให้ได้โดยตรง
คำถามที่พบบ่อย
Duckhorn ต่างจาก Decoy อย่างไร
Duckhorn และ Decoy มาจากครอบครัวเดียวกัน Decoy เป็น second label ที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายกว่าในราคาที่ต่ำกว่า แต่ยังคงปรัชญาและทีมผลิตชุดเดียวกัน ส่วน Duckhorn flagship ใช้ไร่ชั้นนำในสัดส่วนที่สูงกว่า ผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้นกว่า และให้ความซับซ้อนรวมถึงศักยภาพการบ่มที่สูงกว่า ถ้าต้องการลองก่อนว่าสไตล์ Duckhorn ใช่สำหรับตัวเองหรือเปล่า Decoy เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
ทำไม Duckhorn ถึงโด่งดังเรื่อง Merlot
ในยุค 1970s Merlot ใน Napa Valley ถูกมองเป็นองุ่นรองที่ใช้ blend เพิ่มความนุ่มให้ Cabernet แต่ Dan Duckhorn เชื่อว่าถ้าปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสมและผลิตด้วยความพิถีพิถัน Merlot สามารถยืนหยัดในฐานะไวน์หลักได้ด้วยตัวเอง ความเชื่อนั้นพิสูจน์ตัวเองผ่านหลายทศวรรษ จนทุกวันนี้ Duckhorn Merlot คือหนึ่งใน benchmark ของ Merlot อเมริกันในทุกรายการจัดอันดับสำคัญ
Duckhorn Chardonnay ต่างจาก Chardonnay แคลิฟอร์เนียทั่วไปอย่างไร
Chardonnay แคลิฟอร์เนียหลายขวดมีชื่อเสียงเรื่องความ buttery หนักและ oak เข้มจนกลบความสดของผลไม้ แต่ Duckhorn เลือกคัดองุ่นจากพื้นที่เย็นที่ให้กรดตามธรรมชาติไว้สูงกว่า และควบคุมการใช้ oak ให้เพิ่มความลึกโดยไม่ทำให้หนัก ผลคือ Chardonnay ที่ full-body แต่ยังสดชื่น มีโครงสร้างที่พาอาหารไปได้ ไม่ใช่แค่จิบเดี่ยว
ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ · สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป



