Opus One ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง Bordeaux และ Napa Valley
ถ้าไวน์สักขวดหนึ่งสามารถเป็นผลลัพธ์ของการพบกันโดยบังเอิญบนชายหาด Opus One คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่านั่นเป็นไปได้
วงการไวน์ในปี 1970 ยังมีกำแพงที่ชัดเจน Old World คือ Bordeaux, Burgundy, Barolo ที่สร้างชื่อมาหลายศตวรรษ New World คือ Napa Valley, Marlborough, Barossa ที่กำลังพิสูจน์ตัวเอง ทั้งสองฝั่งดีในแบบของตัวเอง แต่ยังไม่มีใครคิดจริงจังว่าจะผสมสองสิ่งนั้นเข้าด้วยกัน หลายคนบอกว่าความคิดนั้นไม่ควรเป็นไปได้
มีคนสองคนไม่เห็นด้วย

เมื่อสองตำนานเผชิญหน้าบนเกาะฮาวาย
ปี 1970 Robert Mondavi นักไวน์ผู้พลิกโฉมหน้าวงการ Napa Valley และ Baron Philippe de Rothschild เจ้าของ Château Mouton Rothschild หนึ่งใน Grand Cru Classé ที่ได้รับการเคารพมากที่สุดใน Bordeaux ได้พบกันในงานกิจกรรมไวน์ที่ฮาวาย
คนหนึ่งมาจากโลกใหม่ที่กำลังสร้างตัวเอง อีกคนมาจากโลกเก่าที่สร้างตัวเองมานานแล้ว ทั้งสองเห็นสิ่งเดียวกันในความเป็นไปได้ที่ความเชี่ยวชาญจากสองทวีปจะอยู่ในขวดเดียวกันได้อย่างเท่าเทียม แล้วก็ทำในสิ่งที่โลกบอกว่าไม่ควรเป็นไปได้
Opus One — ชื่อที่เลือกเอง
ปี 1979 ไวน์ vintage แรกเสร็จสมบูรณ์ โดยมี Lucien Sionneau จาก Mouton Rothschild เป็นหัวหน้าวิศวกรในการผลิต แต่ยังไม่มีชื่อ
ปี 1980 ทั้งสองตกลงในคำว่า Opus — ภาษาละตินที่นักดนตรีใช้เรียกผลงานชิ้นสำคัญที่สุดของตน เป็นชื่อที่เหมาะเกินไปสำหรับความร่วมมือชิ้นนี้
Opus ไม่ใช่แค่ชื่อ — มันคือคำประกาศว่านี่คือผลงานที่ดีที่สุดของสองคนจากสองโลก
สิ่งที่อยู่ในขวด
Opus One เป็นไวน์สไตล์ Bordeaux ที่ใช้ Cabernet Sauvignon เป็นแกนหลัก ผสมกับ Petit Verdot, Cabernet Franc, Merlot และ Malbec ในสัดส่วนที่เปลี่ยนไปแต่ละปี องุ่นทั้งหมดเก็บด้วยมือจากไร่ To Kalon — หนึ่งในพื้นที่ปลูกองุ่นที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดใน Napa Valley
ระยะเวลารวมกว่าสามปีก่อนที่ขวดจะพร้อมออกสู่ตลาด นั่นไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลว่าทำไม Opus One ถึงเป็น Opus One
$50 ในปี 1984 คือคำประกาศ
เมื่อวางจำหน่าย vintage แรกในปี 1984 Opus One ตั้งราคาที่ $50 ต่อขวด ในยุคที่ไวน์อเมริกันดีๆ ราคา $10–15 ยังถือว่าแพง
นั่นไม่ใช่การขอราคาสูงเพื่อความหรูหรา แต่เป็นการประกาศว่า Napa Valley พร้อมแล้วสำหรับโต๊ะเดียวกับ Bordeaux ตลาดโลกยอมรับความเสี่ยงนั้น และคุณภาพก็พิสูจน์ตัวเองได้ตลอด
มรดกที่ยังดำเนินต่อ
Baron Philippe เสียชีวิตในปี 1988 — ปีเดียวกับที่ Opus One เริ่มส่งออกสู่ตลาดโลก Baroness Philippine de Rothschild ลูกสาวรับไม้ต่อเจตนารมณ์ ส่วน Robert Mondavi ได้เห็นความสำเร็จของสิ่งที่เขาเริ่มต้นก่อนเสียชีวิตในปี 2008
Opus One ยังผลิตอยู่ที่โรงงานใน Oakville ที่ออกแบบโดย Scott Johnson จาก Johnson Fain Partners ร่วมกับนักออกแบบจากฝรั่งเศส และยังเป็นหนึ่งในไวน์ที่นักสะสมและนักดื่มระดับโลกต้องการที่สุด ด้วยการผลิตที่จำกัดและความต้องการที่ไม่เคยลดลง ผู้ผลิตถึงกับร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีเพื่อใช้หมึกพิเศษป้องกันการปลอมแปลงบนแคปซูลของทุกขวด
Opus One ไม่ใช่แค่ไวน์ที่คนอยากครอบครอง มันคือหลักฐานที่พิสูจน์ว่าเมื่อสองคนที่รักไวน์ในแบบของตัวเองตัดสินใจร่วมมือกัน ผลลัพธ์ที่ได้มักดีกว่าที่โลกคาดไว้
Opus One ที่ Wine-Now
คำถามที่คอไวน์ถามบ่อย
Opus One ควรดื่มเลยหรือเก็บบ่มต่อ?
Opus One พร้อมดื่มได้ตั้งแต่ release แต่จะยิ่งดีขึ้นเมื่อเก็บไว้ vintage ที่อายุ 10–20 ปีมักให้ประสบการณ์ที่ซับซ้อนและนุ่มนวลกว่า สำหรับมือใหม่ที่อยากลองครั้งแรก vintage อายุ 5–8 ปีคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
Opus One ต่างจาก Bordeaux อย่างไร?
ทั้งสองใช้ blend แบบ Bordeaux เหมือนกัน (Cab Sauv เป็นหลัก) แต่ดินและอากาศของ Napa Valley ให้ความสุกงอมและ richness ของผลไม้ที่ชัดกว่า Bordeaux มักมีกรดและ mineral ที่โดดเด่นกว่า ส่วน Opus One มี texture ที่นุ่มนวลและดื่มง่ายกว่าในอายุน้อย
Vintage ไหนของ Opus One เหมาะสำหรับมือใหม่?
Vintage ปี 2016, 2018 และ 2019 ได้รับการยกย่องสูงและเข้าถึงง่ายกว่า vintage เก่า ถ้าอยากเริ่มต้น Opus One ในงบที่จัดการได้ ลองดูที่ vintage เหล่านี้ก่อน
อยากรู้ว่า Opus One vintage ไหนเหมาะกับงบคุณ?
Sommelier Wine-Now ช่วยแนะนำได้ — บอกโอกาสและงบที่วางไว้
ดู Opus One ทั้งหมดที่ Wine-Now
เมื่อสองคนที่รักไวน์ในแบบของตัวเองตัดสินใจร่วมมือกัน ผลลัพธ์ที่ได้มักดีกว่าที่โลกคาดไว้
