Montes ไวน์โลกใหม่ ผู้ยกระดับการผลิตไวน์ของ Chile
ปี 1987 ชิลีผลิตไวน์ได้ แต่ไม่มีแบรนด์ไหนกล้าเอาไปเปรียบกับไวน์จากฝรั่งเศสหรืออิตาลี ทั้งตลาดยอมรับสถานะนั้นโดยไม่ตั้งคำถาม Aurelio Montes ไม่ได้ทำแบบนั้น
ชิลีมีภูมิศาสตร์ที่เหมาะกับการปลูกองุ่นอย่างน่าทึ่ง — ทิวเขาแอนดีสทางตะวันออกป้องกันความชื้นจากทวีป มหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกนำความเย็นเข้ามาผ่านกระแสน้ำฮุมโบลต์ ทะเลทราย Atacama ทางเหนือสร้างแนวกั้นโรคพืช ทำให้ชิลีเป็นหนึ่งในประเทศที่แทบไม่เคยพบ phylloxera — แมลงที่เคยทำลายไร่องุ่นยุโรปทั้งทวีปในคริสต์ศตวรรษที่ 19 องุ่นชิลีส่วนใหญ่ยังปลูกบน rootstock ดั้งเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบไม่มีที่ไหนในโลกทำได้แล้ว

จากความฝัน 4 คน สู่ผู้ส่งออกไวน์อันดับ 4 ของชิลี
Aurelio Montes และ Douglas Murray รู้จักกันในวงการไวน์ชิลีในฐานะคนที่รู้ว่าไวน์คุณภาพสูงทำได้อย่างไร แต่ไม่เคยมีโอกาสทำในแบบที่ตัวเองต้องการ ในปี 1987 พวกเขาตัดสินใจเริ่มต้นกันเอง ปีถัดมาชวน Alfredo Vidaurre และ Pedro Grand เข้ามาร่วมในฐานะหุ้นส่วน และก่อตั้ง Viña Montes ภายใต้บริษัท DiscoverWine Ltda. อย่างเป็นทางการ
เป้าหมายตั้งแต่วันแรกชัดเจนและค่อนข้างท้าทายสำหรับยุคนั้น — ผลิตไวน์จากชิลีที่ยืนหยัดได้ในระดับเดียวกับไวน์โลกเก่าชั้นนำ
Montes ในตัวเลข
ออกค้นหาองุ่น — จาก Patagonia ถึง Burgundy

ก่อนจะปลูกองุ่นแม้แต่เถาเดียว Aurelio Montes ใช้เวลาค้นหาพื้นที่ที่ใช่ — ไม่ใช่แค่ในชิลีเท่านั้น เขาเดินทางขึ้นเหนือไปถึง Chiloe ลงใต้สู่ Patagonia ข้ามมหาสมุทรไปอังกฤษและฝรั่งเศสเพื่อนำพันธุ์องุ่นคุณภาพสูงกลับมา
สิ่งที่ค้นพบในที่สุดคือเนินเขาชันในชิลีที่ยังไม่มีใครใช้ — เพราะมันยาก และคนส่วนใหญ่เลือกที่ราบที่ง่ายกว่า Montes เลือกเนินเขานั้น
Montes คือผู้ผลิตรายแรกของชิลีที่ปลูกองุ่นบนพื้นที่ลาดชันบนเนินเขา — เพราะพวกเขาเชื่อว่าความยากลำบากของดินสร้างความซับซ้อนในไวน์
ทำไมเนินเขาชันถึงให้ไวน์ที่ดีกว่า
เมื่อเถาองุ่นปลูกบนดินที่ขาดแคลนน้ำและสารอาหาร รากจะหยั่งลึกลงเพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการ กระบวนการนั้นนำแร่ธาตุจากชั้นดินล่างขึ้นมาสู่ผล ทำให้ไวน์มี complexity และ mineral character ที่ไม่มีทางได้จากดินราบที่อุดมสมบูรณ์ — นักวิทยาศาสตร์ด้านไวน์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "vine stress" และมันคือเหตุผลที่ Burgundy Grand Cru และ Barolo ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกมักปลูกบนพื้นที่ที่ดูแย่ที่สุด
สองสิ่งที่ Montes ทำก่อนใครในชิลี

เก็บเกี่ยวองุ่นตอนกลางคืน
Montes เป็นผู้ผลิตรายแรกของชิลีที่เลือกเก็บเกี่ยวองุ่นในตอนกลางคืน เหตุผลคือความร้อนในตอนกลางวันของชิลีทำให้องุ่นเริ่มออกซิไดซ์ก่อนจะถึงโรงงาน การเก็บในตอนกลางคืนรักษาความสดและความเป็นกรดของผลไม้ไว้ได้ดีกว่า ผลที่ได้คือไวน์ที่มีกลิ่นผลไม้ชัดกว่าและอายุยืนยาวกว่า
จัดการน้ำอย่างจริงจัง
การปลูกองุ่นในเขตที่มีแสงแดดเยอะต้องการน้ำมาก แต่น้ำมากเกินไปทำให้องุ่นสุกเร็วเกินไปและสูญเสียความซับซ้อน Montes ใช้เวลากว่า 10 ปีศึกษาระบบการจัดการน้ำ จนสามารถลดการใช้จากเดิม 4.5 ล้านลิตรเหลือเพียง 1.5 ล้านลิตร โดยที่คุณภาพองุ่นไม่ลดลง
การใช้น้ำ — ก่อนและหลัง
เหตุผลที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง
Montes เลือกใช้แรงงานคนในการจัดการศัตรูพืชแทนสารเคมี ซึ่งแพงกว่าและใช้เวลามากกว่า แต่ทำให้ดินและระบบนิเวศในไร่คงสภาพดีในระยะยาว — และสร้างผลผลิตที่สะอาดกว่า
30 กว่าปีในวงการ — สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน
Montes ไม่ใช่แบรนด์ที่มีประวัติยาวนานเท่าชาโตในฝรั่งเศสหรือไร่ในอิตาลีที่มีอายุหลายร้อยปี แต่ภายใน 30 กว่าปี รางวัลและการยอมรับจากนักวิจารณ์ไวน์ระดับโลกพิสูจน์ว่าคุณภาพไม่จำเป็นต้องสร้างในหลายชั่วอายุคน
ไลน์ไวน์ที่สร้างชื่อให้ Montes มากที่สุดคือ Alpha — Cabernet Sauvignon ที่ได้คะแนน 90+ จาก Wine Spectator และ James Suckling หลายวินเทจต่อเนื่อง และ Montes Folly ซึ่งเป็น Syrah จากเนินเขาชัน Apalta ที่ได้รับการจัดอันดับจาก Wine Spectator ให้อยู่ใน Top 100 Wines of the World — ครั้งแรกที่ไวน์ชิลีเคยได้รับเกียรตินั้น
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือขนาดและความซับซ้อน สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความเชื่อว่าชิลีสามารถผลิตไวน์ที่ดีที่สุดในโลกได้ — ถ้าเลือกพื้นที่ให้ถูก ปลูกให้ถูกวิธี และไม่ยอมรับมาตรฐานที่ต่ำกว่าที่เป็นไปได้
อ้างอิง: monteswines.com
Montes Alpha & Purple Angel — ไวน์ที่บอกเล่าเรื่องราวของ Colchagua
Montes บอกว่าชิลีผลิตไวน์ระดับโลกได้ Alpha line คือขวดที่พิสูจน์คำนั้น และ Purple Angel คือขวดที่ทำให้ไม่มีใครต้องพิสูจน์อีก
Montes Alpha Cabernet Sauvignon

Alpha Cabernet Sauvignon คือไวน์ที่ Montes ใช้พิสูจน์ตัวเองต่อโลกในช่วงปีแรกๆ มาจากองุ่นที่ปลูกบนเนินเขาชัน Apalta ใน Colchagua Valley — พื้นที่ที่ Aurelio Montes เลือกเพราะดินหินและความลาดชันบังคับให้รากหยั่งลึก ดึงแร่ธาตุจากชั้นดินล่างขึ้นมาเป็นความซับซ้อนในแก้ว
โครงสร้างชัดเจน กลิ่น Blackcurrant และ Cedar ที่เป็นลายเซ็น Tannin กระชับแต่ไม่แข็ง และความยาวปลายลิ้นที่บอกว่าไวน์ขวดนี้ยังพัฒนาต่อได้ในห้องเก็บ — Wine Spectator และ James Suckling ให้คะแนน 90+ หลายวินเทจต่อเนื่อง ทำให้ Alpha กลายเป็น reference point ของ Chilean Cabernet ที่นักวิจารณ์ระดับโลกอ้างถึงเมื่อต้องการยืนยันว่าโลกใหม่ทำได้
ดื่มกับ
เนื้อย่างถ่าน สเต็กเนื้อวัวซอสพริกไทยดำ หรือเนื้อแกะอบสมุนไพร — Tannin ของ Alpha ตัดความมันของเนื้อและดึง flavor ออกมาในแบบที่ไวน์เบากว่าทำไม่ได้ Decant 30 นาทีก่อนเสิร์ฟจะเปิดกลิ่นได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
Montes Alpha Chardonnay

Casablanca Valley ที่ Alpha Chardonnay มาจากนั้นเย็นกว่า Colchagua อย่างเห็นได้ชัด — กระแสน้ำ Humboldt ที่นำความเย็นจากมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าสู่ไร่ ทำให้องุ่นสุกช้า กรดคงอยู่ได้นาน และกลิ่นพัฒนาตัวในแบบที่เขตร้อนไม่มีวันให้ได้
Alpha Chardonnay ผ่าน French oak บางส่วน — ไม่มากพอที่จะกดทับผลไม้ แต่พอที่จะเพิ่ม texture และโน้ต Vanilla อ่อนๆ ที่ทำให้แตกต่างจาก Unoaked Chardonnay ทั่วไป กลิ่นพีช ลูกแพร์สุก และ Minerality เล็กน้อยจาก soil ของ Casablanca เนื้อสัมผัส Creamy แต่กรดยังรักษา freshness ไว้ได้ตลอดแก้ว
ดื่มกับ
ปลาแซลมอนย่างซอสเนยสมุนไพร ไก่อบกระเทียม หรือ Pasta ซอสครีมเบา — ความ Creamy ของไวน์ล้อกับซอส ขณะที่กรดตัดความมันและทำให้กินได้ไม่เลี่ยน เสิร์ฟที่อุณหภูมิ 10–12°C — เย็นกว่านั้นจะปิดกลิ่น
Montes Alpha “M”

ถ้า Alpha Cabernet Sauvignon คือขวดที่พิสูจน์ว่า Montes ทำได้ Alpha “M” คือขวดที่แสดงว่า Montes ทำได้ดีแค่ไหน นี่คือ flagship blend ของ Montes — Cabernet Sauvignon เป็นหลัก ผสมกับ Merlot, Cabernet Franc, Petit Verdot และ Malbec ในสัดส่วนที่ปรับตามวินเทจ มาจากแปลงองุ่นที่ดีที่สุดของ Apalta ที่ Aurelio Montes คัดเองเพื่อขวดนี้โดยเฉพาะ
บ่มใน French oak ใหม่ 100% นาน 18 เดือน — นานกว่า Alpha Cabernet และให้ complexity ที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด กลิ่น Cassis สุก ซีดาร์ ใบยาสูบ และช็อกโกแลตดำที่พัฒนาขึ้นตามอายุ Tannin ละเอียดและกลมกล่อมกว่า Alpha ในแบบที่บ่งบอกว่าองุ่นมาจากแปลงที่เลือกมาอย่างพิถีพิถัน — Wine Spectator ให้คะแนน Alpha “M” ในระดับ 93–96 อย่างสม่ำเสมอ และจัดอยู่ใน Top 100 Wines of the World หลายวินเทจ
ดื่มกับ
เนื้อวัว Wagyu ย่าง เนื้อแกะ rack อบ หรือ Short Rib braised ซอสไวน์แดง — Alpha “M” ต้องการอาหารที่มีน้ำหนักเทียบเท่า Decant อย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือเปิดขวดล่วงหน้า 2–3 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ ยิ่งเก็บยิ่งดี — วินเทจดีๆ เก็บได้สบาย 15–20 ปี
Montes Alpha “M”

ถ้า Alpha Cabernet Sauvignon คือขวดที่พิสูจน์ว่า Montes ทำได้ Alpha “M” คือขวดที่แสดงว่า Montes ทำได้ดีแค่ไหน นี่คือ flagship blend ของ Montes — Cabernet Sauvignon เป็นหลัก ผสมกับ Merlot, Cabernet Franc, Petit Verdot และ Malbec ในสัดส่วนที่ปรับตามวินเทจ มาจากแปลงองุ่นที่ดีที่สุดของ Apalta ที่ Aurelio Montes คัดเองเพื่อขวดนี้โดยเฉพาะ
บ่มใน French oak ใหม่ 100% นาน 18 เดือน — นานกว่า Alpha Cabernet และให้ complexity ที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด กลิ่น Cassis สุก ซีดาร์ ใบยาสูบ และช็อกโกแลตดำที่พัฒนาขึ้นตามอายุ Tannin ละเอียดและกลมกล่อมกว่า Alpha ในแบบที่บ่งบอกว่าองุ่นมาจากแปลงที่เลือกมาอย่างพิถีพิถัน — Wine Spectator ให้คะแนน Alpha “M” ในระดับ 93–96 อย่างสม่ำเสมอ และจัดอยู่ใน Top 100 Wines of the World หลายวินเทจ
ดื่มกับ
เนื้อวัว Wagyu ย่าง เนื้อแกะ rack อบ หรือ Short Rib braised ซอสไวน์แดง — Alpha “M” ต้องการอาหารที่มีน้ำหนักเทียบเท่า Decant อย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือเปิดขวดล่วงหน้า 2–3 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ ยิ่งเก็บยิ่งดี — วินเทจดีๆ เก็บได้สบาย 15–20 ปี
Montes Purple Angel

Carmenere คือองุ่นที่หายไปจาก Bordeaux เกือบสองร้อยปี — แมลง Phylloxera ทำลายไร่องุ่นยุโรปทั้งทวีปในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 Carmenere ที่ถูกมองว่าสูญพันธุ์แล้วนั้น ปรากฏว่ายังมีชีวิตอยู่ในชิลี ที่ปลูกมาตั้งแต่ก่อน Phylloxera จะมาถึง โดยถูกเข้าใจผิดว่าเป็น Merlot มาตลอดกว่าหนึ่งร้อยปี จนนักพฤกษาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส Jean-Michel Boursiquot ยืนยันตัวตนของมันในปี 1994
Purple Angel คือ Carmenere ที่จริงจังที่สุดของ Montes มาจากองุ่นอายุเก่าในแปลงชั้นเยี่ยมของ Apalta ผสมกับ Petit Verdot เล็กน้อยเพื่อเพิ่ม structure บ่มใน French oak ใหม่ 18 เดือน ก่อน bottling สีม่วงเข้มเกือบดำที่ให้ชื่อขวด กลิ่นผลไม้แดงสุก โกโก้ ช็อกโกแลตดำ และดอกไม้ม่วง Violet ที่เป็นลายเซ็นของ Carmenere ที่ดี — เป็นไวน์ที่บอกว่าชิลีไม่ได้แค่ “ทำได้เหมือน” แต่ทำสิ่งที่ที่อื่นในโลกทำไม่ได้
ดื่มกับ
เนื้อวัวสโลว์คุก ริบอายย่างถ่าน หรืออาหารที่มีซอสรสเข้มข้น — Purple Angel มี body และ Tannin พอที่จะรับมือกับรสชาติหนักได้ Decant อย่างน้อย 45 นาที ไวน์ขวดนี้ต้องการเวลาเปิดตัวมากกว่า Alpha และตอบแทนความอดทนด้วย complexity ที่เพิ่มขึ้นในทุกชั่วโมง
สนใจไวน์ Montes?
ปรึกษา Sommelier ของเรา — แนะนำขวดที่เหมาะกับงบและโอกาสของคุณ
Montes พิสูจน์ว่าชิลีผลิตไวน์ชั้นยอดได้ — ด้วยการทำมันออกมาจริงๆ ไม่ใช่แค่พูด



