VIK 100 (p) Wine Dinner - A Night Of Perfection

6 ตุลาคม 2025
More from this author
By WINE-NOW

ค่ำคืนแห่งไวน์และอาหารสุดพิเศษกำลังจะมอบประสบการณ์เหนือระดับให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเสน่ห์ของ “หุบเขาแห่งความฝัน” จากประเทศชิลี (Millahue Valley) ดินแดนที่เป็นที่ตั้งของไร่องุ่น VIK อันเลื่องชื่อ ที่นี่คือพื้นที่ซึ่งธรรมชาติ ความงดงามของภูมิประเทศ และภูมิอากาศอันเหมาะสมได้ร่วมกันสร้างไวน์ที่มีเอกลักษณ์และได้รับการยกย่องในเวทีระดับโลก ทุกแก้วคือเรื่องราวของ terroir ที่สะท้อนทั้งความละเอียดอ่อน ความเข้มข้น และความหลงใหลที่บ่มเพาะจากไร่องุ่นสู่โต๊ะอาหารได้อย่างสง่างาม

Cristian Vallejo

นี่คือ VIK 100 (p) Wine Dinner งานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่พิเศษยิ่งขึ้นด้วยการได้กระทบไหล่กับ Cristian Vallejo – Chief Wine Maker ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ VIK และติดอันดับ Master Winemakers Top 100 จาก The Drinks Business

VIK Vineyard

ค่ำคืนนี้คือโอกาสในการสัมผัสแนวคิด วิธีคิด และเรื่องราวจากผู้สร้างสรรค์ไวน์ตัวจริง พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมลุ้นทริประดับ 5 ดาวสู่ไร่องุ่น VIK ซึ่งถือเป็นสวรรค์ของนักดื่มไวน์และหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมไวน์ทั่วโลกใฝ่ฝัน

และนี่คือส่วนหนึ่งของไวน์ที่คุณจะได้พบในค่ำคืนสุดพิเศษนี้

 


VIK Millahue

VIK Millahue

ชื่อ Millahue มาจากภาษา Mapuche ที่หมายถึง “หุบเขาแห่งทอง” (Place of Gold) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ VIK ที่ตั้งอยู่ท่ามกลาง Millahue Valley ประเทศชิลี ขวดไวน์ Millahue จึงเปรียบเสมือนการบรรจุภูมิทัศน์และพลังของผืนดินแห่งนี้เอาไว้ในงานศิลป์ ฉลากที่ออกแบบร่วมสมัย เน้นโทนที่สะท้อนความหรูหราและความเข้มแข็งของ terroir ทำให้ Millahue ไม่ได้เป็นเพียงไวน์ แต่คือการเล่าเรื่องราวของผืนดินที่ทั้งเปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์และความฝัน

Winemaking : VIK Millahue ถือเป็นเรือธง (Flagship Wine) ของไร่ไวน์ VIK เก็บเกี่ยวจากแปลงองุ่นที่ดีที่สุดใน Millahue Valley โดยใช้พันธุ์หลักคือ Cabernet Sauvignon ผสมผสานกับ Carménère, Syrah และ Merlot ในสัดส่วนที่ออกแบบอย่างประณีต องุ่นทุกผลถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือและผ่านการคัดแยกอย่างละเอียด ก่อนหมักและบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสใหม่คุณภาพสูงกว่า 24 เดือน เพื่อสร้างโครงสร้างที่ลึกและซับซ้อน Winemaking ที่นำโดย Cristian Vallejo เน้นความสมดุลระหว่างความเข้มข้นของผลไม้และชั้นเชิงการบ่มที่ประณีต

Character : แสดงตัวตนออกมาอย่างทรงพลัง เปิดด้วยชั้นกลิ่นของแบล็กเคอร์แรนท์ แบล็กเชอร์รี และบลูเบอร์รี ผสานด้วยกลิ่นเครื่องเทศควันไม้ ใบยาสูบ และโอ๊กที่คมชัด บนเพดานปากมีความเข้มข้น เต็มไปด้วยโครงสร้างและแทนนินที่แข็งแรงแต่กลมกล่อม ยาวนานในตอนท้ายด้วยรสช็อกโกแลตขมและเครื่องเทศอุ่น ๆ นี่คือไวน์ที่สะท้อนทั้งพลังและความหรูหรา เหมาะสำหรับการดื่มในโอกาสพิเศษหรือการบ่มต่อในห้องเซลลาร์

  1. VIK  Millahue

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    VIK Millahue

VIK Milla Cala

VIK Milla Cala

ชื่อ “Milla Cala” มีความหมายในภาษา Mapuche ว่า “ทองแห่งหุบเขา” ซึ่งสะท้อนถึงดินแดน Millahue Valley ที่ชาวพื้นเมืองเรียกว่า Place of Gold ไวน์นี้จึงเปรียบเสมือนการถ่ายทอดความมั่งคั่งของธรรมชาติออกมาในรูปแบบของเครื่องดื่มที่มีชีวิต ฉลากออกแบบอย่างร่วมสมัยแต่แฝงด้วยสัญลักษณ์ของภูมิประเทศชิลี ทั้งความสง่างามของเทือกเขาแอนดีสและความเงียบสงบของหุบเขา ทำให้ขวดนี้ไม่ได้เป็นเพียงไวน์ แต่คือบทกวีแห่งผืนดิน

Winemaking : VIK Milla Cala เป็นการผสมผสานของ Cabernet Sauvignon, Carménère, Syrah, Merlot และ Cabernet Franc องุ่นทุกผลถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือในช่วงที่สุกสมบูรณ์ที่สุด ก่อนเข้าสู่การคัดสรรอย่างพิถีพิถันในโรงกลั่น การหมักเกิดขึ้นในถังสแตนเลสเพื่อคงความบริสุทธิ์ของผลไม้ แล้วตามด้วยการบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสที่คัดเลือกพิเศษ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างพลังและความละเมียด การทำงานของทีม oenologist ที่นำโดย Cristian Vallejo ทำให้ Milla Cala เป็นไวน์ที่สะท้อนทั้งความทันสมัยและความเคารพต่อธรรมชาติ

Character : เปิดตัวด้วยกลิ่นหอมของผลไม้สีเข้ม—แบล็กเชอร์รี พลัมสุก และแบล็กเบอร์รี—ที่ซ้อนทับด้วยชั้นกลิ่นของเครื่องเทศอ่อน ๆ วานิลลา และสัมผัสควันไม้เบาบาง รสชาติบนเพดานปากมีโครงสร้างที่แข็งแรงแต่สมดุล แทนนินนุ่มแน่นแต่ไม่แข็งกระด้าง ทำให้ไวน์นี้ทั้งดื่มสนุกในปัจจุบันและมีศักยภาพในการเก็บต่อ เสน่ห์ของ Milla Cala คือความสามารถในการเชื่อมโยงพลังของแอนดีสกับความละมุนละไมในแก้วเดียว

  1. VIK  Milla Cala

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    VIK Milla Cala

VIK Stonevik

VIK Stonevik

ชื่อ STONE VIK ได้แรงบันดาลใจจาก “หิน” ที่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความยั่งยืนของไร่องุ่น Millahue Valley ในชิลี ฉลากของไวน์ถูกออกแบบให้สะท้อนความดิบแท้และธรรมชาติอันทรงพลังของ terroir ราวกับการบอกเล่าเรื่องราวของผืนดินที่เต็มไปด้วยพลังและเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ละขวดจึงไม่ใช่แค่ไวน์ หากแต่เป็นงานศิลป์ที่ผูกพันกับภูมิทัศน์ของหุบเขา

Winemaking : STONE VIK เกิดจากการคัดเลือกองุ่นสายพันธุ์ Bordeaux blend อาทิ Cabernet Sauvignon, Cabernet Franc และ Carmenere ซึ่งเจริญเติบโตบนดินหินผสมทรายและดินเหนียวของ Millahue Valley กระบวนการเก็บเกี่ยวทำด้วยมือ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ที่สุด ก่อนนำไปบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างโครงสร้างที่ทรงพลังและความละเอียดอ่อนในแต่ละชั้นรสชาติ

Character : STONE VIK มีโทนสีเข้มลึกชวนให้นึกถึงอัญมณีสีทับทิม กลิ่นหอมของแบล็กเคอร์แรนท์ แบล็กเบอร์รี และเชอร์รีดำ ผสานโทนเครื่องเทศ ดอกไวโอเลต และกลิ่นไม้ซีดาร์ รสชาติบนเพดานปากเต็มไปด้วยพลัง แทนนินแน่นแต่กลมกล่อม มีโครงสร้างแข็งแรงแต่ยังคงความหรูหรา ฟินิชยาวนานพร้อมโทนดินแร่ที่สะท้อน terroir ของหุบเขาหินได้อย่างชัดเจน

  1. VIK  Stonevik

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    VIK Stonevik

VIK La Piu Belle

VIK La Piu Belle

ชื่อของ La Piu Belle หมายถึง “ผู้หญิงที่งดงามที่สุด” และถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของ ฉลากที่ออกแบบโดยศิลปินนานาชาติ ซึ่งหมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละปี ทำให้ทุกวินเทจไม่เพียงสะท้อนรสชาติของ terroir แต่ยังกลายเป็น งานศิลป์สะสม (collectible art label) ที่จับต้องได้ การผสมผสานระหว่างศิลปะและไวน์เช่นนี้สะท้อนปรัชญาของ VIK ที่เชื่อว่า “ไวน์ที่ยิ่งใหญ่ต้องบอกเล่าเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่”

Winemaking : La Piu Belle เกิดจากการคัดสรรองุ่นชั้นเลิศจาก Millahue Valley, ชิลี ภูมิประเทศที่ถูกขนานนามว่า “หุบเขาแห่งความฝัน” โดยใช้ Cabernet Sauvignon, Carmenere, Syrah และ Merlot ผสมผสานกันอย่างประณีต องุ่นแต่ละพันธุ์ถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือและผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศส เพื่อสร้างสมดุลระหว่างพลัง โครงสร้าง และความซับซ้อน แนวทางนี้ทำให้ La Piu Belle ไม่เพียงเป็นไวน์ แต่เป็นบทกวีที่บ่มเพาะจากทั้งธรรมชาติและฝีมือมนุษย์

Character : ในแก้ว La Piu Belle เปล่งประกายด้วยสีแดงเข้มสดใส มีกลิ่นหอมของผลไม้สีเข้มอย่างแบล็กเบอร์รี พลัม และเชอร์รีสุก ผสานโทนดอกไม้และเครื่องเทศอ่อน ๆ รสชาติเต็มแน่นแต่มีความสมดุล แทนนินนุ่มเนียนแต่ทรงพลัง พร้อมความยาวของฟินิชที่หรูหราและน่าจดจำ ทุกจิบคือการผสมผสานระหว่างความงดงามและพลัง ที่ทำให้ชื่อ “La Piu Belle” สมกับความหมายของมันอย่างแท้จริง

  1. VIK  La Piu Belle

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    VIK La Piu Belle


VIK 100 (p) Wine Dinner

ค่ำคืนแห่งการดื่มด่ำกำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 2025ONE11 Exclusive Club (Louis XIII lounge), ชั้น 2 Gaysorn Village เวลา 18:30 – 21:00 น.

ONE11 Exclusive Club (Louis XIII lounge)

ไฮไลท์ในงานประกอบด้วย:

● ดินเนอร์พร้อมการบรรยายจาก Cristian Vallejo – Chef Wine Maker ผู้ติดอันดับ Master Winemakers Top 100 จาก The Drinks Business ครั้งแรกในประเทศไทย
● การเปิดตัวแคมเปญพิเศษ “Top Spender” สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์เยี่ยมชมไร่องุ่น VIK แบบ 2 คืนเต็ม พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในไร่
● ช่วงเวลาที่น่าจดจำกับการถ่ายภาพและลายเซ็นจาก Cristian Vallejo บนขวดไวน์เป็นที่ระลึก


พิเศษสำหรับลูกค้า Wine-Now

รับบัตรร่วมงานทันที 1 ใบ สำหรับผู้ที่สั่งซื้อ

● VIK Milla Cala 12 ขวด
● VIK Millahue 5 ขวด
● La Piu Belle 12 ขวด
● STONE VIK 4 ขวด

เมื่อสั่งซื้อแล้ว ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE เพื่อรับบัตรร่วมงาน


VIK 100 (p) Wine Dinner

Date: 30 October 2025
Time: 18:30-21:00
Location: ONE11 Exclusive Club (Louis XIII lounge), Gaysorn Village 2nd floor

** ที่นั่งมีจำนวนจำกัด **

  1. VIK 100 (p) Wine Dinner A Night Of Perfection @One11Club (Louis XIII and VIP Lounge) (30 October 2025)

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    VIK 100 (p) Wine Dinner A Night Of Perfection @One11Club (Louis XIII and VIP Lounge) (30 October 2025)