VIK 100 (p) Wine Dinner - A Night Of Perfection
ค่ำคืนแห่งไวน์และอาหารสุดพิเศษกำลังจะมอบประสบการณ์เหนือระดับให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเสน่ห์ของ “หุบเขาแห่งความฝัน” จากประเทศชิลี (Millahue Valley) ดินแดนที่เป็นที่ตั้งของไร่องุ่น VIK อันเลื่องชื่อ ที่นี่คือพื้นที่ซึ่งธรรมชาติ ความงดงามของภูมิประเทศ และภูมิอากาศอันเหมาะสมได้ร่วมกันสร้างไวน์ที่มีเอกลักษณ์และได้รับการยกย่องในเวทีระดับโลก ทุกแก้วคือเรื่องราวของ terroir ที่สะท้อนทั้งความละเอียดอ่อน ความเข้มข้น และความหลงใหลที่บ่มเพาะจากไร่องุ่นสู่โต๊ะอาหารได้อย่างสง่างาม

นี่คือ VIK 100 (p) Wine Dinner งานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่พิเศษยิ่งขึ้นด้วยการได้กระทบไหล่กับ Cristian Vallejo – Chief Wine Maker ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ VIK และติดอันดับ Master Winemakers Top 100 จาก The Drinks Business

ค่ำคืนนี้คือโอกาสในการสัมผัสแนวคิด วิธีคิด และเรื่องราวจากผู้สร้างสรรค์ไวน์ตัวจริง พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมลุ้นทริประดับ 5 ดาวสู่ไร่องุ่น VIK ซึ่งถือเป็นสวรรค์ของนักดื่มไวน์และหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมไวน์ทั่วโลกใฝ่ฝัน
และนี่คือส่วนหนึ่งของไวน์ที่คุณจะได้พบในค่ำคืนสุดพิเศษนี้
VIK Millahue

ชื่อ Millahue มาจากภาษา Mapuche ที่หมายถึง “หุบเขาแห่งทอง” (Place of Gold) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ VIK ที่ตั้งอยู่ท่ามกลาง Millahue Valley ประเทศชิลี ขวดไวน์ Millahue จึงเปรียบเสมือนการบรรจุภูมิทัศน์และพลังของผืนดินแห่งนี้เอาไว้ในงานศิลป์ ฉลากที่ออกแบบร่วมสมัย เน้นโทนที่สะท้อนความหรูหราและความเข้มแข็งของ terroir ทำให้ Millahue ไม่ได้เป็นเพียงไวน์ แต่คือการเล่าเรื่องราวของผืนดินที่ทั้งเปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์และความฝัน
Winemaking : VIK Millahue ถือเป็นเรือธง (Flagship Wine) ของไร่ไวน์ VIK เก็บเกี่ยวจากแปลงองุ่นที่ดีที่สุดใน Millahue Valley โดยใช้พันธุ์หลักคือ Cabernet Sauvignon ผสมผสานกับ Carménère, Syrah และ Merlot ในสัดส่วนที่ออกแบบอย่างประณีต องุ่นทุกผลถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือและผ่านการคัดแยกอย่างละเอียด ก่อนหมักและบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสใหม่คุณภาพสูงกว่า 24 เดือน เพื่อสร้างโครงสร้างที่ลึกและซับซ้อน Winemaking ที่นำโดย Cristian Vallejo เน้นความสมดุลระหว่างความเข้มข้นของผลไม้และชั้นเชิงการบ่มที่ประณีต
Character : แสดงตัวตนออกมาอย่างทรงพลัง เปิดด้วยชั้นกลิ่นของแบล็กเคอร์แรนท์ แบล็กเชอร์รี และบลูเบอร์รี ผสานด้วยกลิ่นเครื่องเทศควันไม้ ใบยาสูบ และโอ๊กที่คมชัด บนเพดานปากมีความเข้มข้น เต็มไปด้วยโครงสร้างและแทนนินที่แข็งแรงแต่กลมกล่อม ยาวนานในตอนท้ายด้วยรสช็อกโกแลตขมและเครื่องเทศอุ่น ๆ นี่คือไวน์ที่สะท้อนทั้งพลังและความหรูหรา เหมาะสำหรับการดื่มในโอกาสพิเศษหรือการบ่มต่อในห้องเซลลาร์
VIK Milla Cala

ชื่อ “Milla Cala” มีความหมายในภาษา Mapuche ว่า “ทองแห่งหุบเขา” ซึ่งสะท้อนถึงดินแดน Millahue Valley ที่ชาวพื้นเมืองเรียกว่า Place of Gold ไวน์นี้จึงเปรียบเสมือนการถ่ายทอดความมั่งคั่งของธรรมชาติออกมาในรูปแบบของเครื่องดื่มที่มีชีวิต ฉลากออกแบบอย่างร่วมสมัยแต่แฝงด้วยสัญลักษณ์ของภูมิประเทศชิลี ทั้งความสง่างามของเทือกเขาแอนดีสและความเงียบสงบของหุบเขา ทำให้ขวดนี้ไม่ได้เป็นเพียงไวน์ แต่คือบทกวีแห่งผืนดิน
Winemaking : VIK Milla Cala เป็นการผสมผสานของ Cabernet Sauvignon, Carménère, Syrah, Merlot และ Cabernet Franc องุ่นทุกผลถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือในช่วงที่สุกสมบูรณ์ที่สุด ก่อนเข้าสู่การคัดสรรอย่างพิถีพิถันในโรงกลั่น การหมักเกิดขึ้นในถังสแตนเลสเพื่อคงความบริสุทธิ์ของผลไม้ แล้วตามด้วยการบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสที่คัดเลือกพิเศษ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างพลังและความละเมียด การทำงานของทีม oenologist ที่นำโดย Cristian Vallejo ทำให้ Milla Cala เป็นไวน์ที่สะท้อนทั้งความทันสมัยและความเคารพต่อธรรมชาติ
Character : เปิดตัวด้วยกลิ่นหอมของผลไม้สีเข้ม—แบล็กเชอร์รี พลัมสุก และแบล็กเบอร์รี—ที่ซ้อนทับด้วยชั้นกลิ่นของเครื่องเทศอ่อน ๆ วานิลลา และสัมผัสควันไม้เบาบาง รสชาติบนเพดานปากมีโครงสร้างที่แข็งแรงแต่สมดุล แทนนินนุ่มแน่นแต่ไม่แข็งกระด้าง ทำให้ไวน์นี้ทั้งดื่มสนุกในปัจจุบันและมีศักยภาพในการเก็บต่อ เสน่ห์ของ Milla Cala คือความสามารถในการเชื่อมโยงพลังของแอนดีสกับความละมุนละไมในแก้วเดียว
VIK Stonevik

ชื่อ STONE VIK ได้แรงบันดาลใจจาก “หิน” ที่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความยั่งยืนของไร่องุ่น Millahue Valley ในชิลี ฉลากของไวน์ถูกออกแบบให้สะท้อนความดิบแท้และธรรมชาติอันทรงพลังของ terroir ราวกับการบอกเล่าเรื่องราวของผืนดินที่เต็มไปด้วยพลังและเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ละขวดจึงไม่ใช่แค่ไวน์ หากแต่เป็นงานศิลป์ที่ผูกพันกับภูมิทัศน์ของหุบเขา
Winemaking : STONE VIK เกิดจากการคัดเลือกองุ่นสายพันธุ์ Bordeaux blend อาทิ Cabernet Sauvignon, Cabernet Franc และ Carmenere ซึ่งเจริญเติบโตบนดินหินผสมทรายและดินเหนียวของ Millahue Valley กระบวนการเก็บเกี่ยวทำด้วยมือ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ที่สุด ก่อนนำไปบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างโครงสร้างที่ทรงพลังและความละเอียดอ่อนในแต่ละชั้นรสชาติ
Character : STONE VIK มีโทนสีเข้มลึกชวนให้นึกถึงอัญมณีสีทับทิม กลิ่นหอมของแบล็กเคอร์แรนท์ แบล็กเบอร์รี และเชอร์รีดำ ผสานโทนเครื่องเทศ ดอกไวโอเลต และกลิ่นไม้ซีดาร์ รสชาติบนเพดานปากเต็มไปด้วยพลัง แทนนินแน่นแต่กลมกล่อม มีโครงสร้างแข็งแรงแต่ยังคงความหรูหรา ฟินิชยาวนานพร้อมโทนดินแร่ที่สะท้อน terroir ของหุบเขาหินได้อย่างชัดเจน
VIK La Piu Belle

ชื่อของ La Piu Belle หมายถึง “ผู้หญิงที่งดงามที่สุด” และถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของ ฉลากที่ออกแบบโดยศิลปินนานาชาติ ซึ่งหมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละปี ทำให้ทุกวินเทจไม่เพียงสะท้อนรสชาติของ terroir แต่ยังกลายเป็น งานศิลป์สะสม (collectible art label) ที่จับต้องได้ การผสมผสานระหว่างศิลปะและไวน์เช่นนี้สะท้อนปรัชญาของ VIK ที่เชื่อว่า “ไวน์ที่ยิ่งใหญ่ต้องบอกเล่าเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่”
Winemaking : La Piu Belle เกิดจากการคัดสรรองุ่นชั้นเลิศจาก Millahue Valley, ชิลี ภูมิประเทศที่ถูกขนานนามว่า “หุบเขาแห่งความฝัน” โดยใช้ Cabernet Sauvignon, Carmenere, Syrah และ Merlot ผสมผสานกันอย่างประณีต องุ่นแต่ละพันธุ์ถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือและผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศส เพื่อสร้างสมดุลระหว่างพลัง โครงสร้าง และความซับซ้อน แนวทางนี้ทำให้ La Piu Belle ไม่เพียงเป็นไวน์ แต่เป็นบทกวีที่บ่มเพาะจากทั้งธรรมชาติและฝีมือมนุษย์
Character : ในแก้ว La Piu Belle เปล่งประกายด้วยสีแดงเข้มสดใส มีกลิ่นหอมของผลไม้สีเข้มอย่างแบล็กเบอร์รี พลัม และเชอร์รีสุก ผสานโทนดอกไม้และเครื่องเทศอ่อน ๆ รสชาติเต็มแน่นแต่มีความสมดุล แทนนินนุ่มเนียนแต่ทรงพลัง พร้อมความยาวของฟินิชที่หรูหราและน่าจดจำ ทุกจิบคือการผสมผสานระหว่างความงดงามและพลัง ที่ทำให้ชื่อ “La Piu Belle” สมกับความหมายของมันอย่างแท้จริง

ค่ำคืนแห่งการดื่มด่ำกำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 2025 ณ ONE11 Exclusive Club (Louis XIII lounge), ชั้น 2 Gaysorn Village เวลา 18:30 – 21:00 น.

ไฮไลท์ในงานประกอบด้วย:
● ดินเนอร์พร้อมการบรรยายจาก Cristian Vallejo – Chef Wine Maker ผู้ติดอันดับ Master Winemakers Top 100 จาก The Drinks Business ครั้งแรกในประเทศไทย
● การเปิดตัวแคมเปญพิเศษ “Top Spender” สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์เยี่ยมชมไร่องุ่น VIK แบบ 2 คืนเต็ม พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในไร่
● ช่วงเวลาที่น่าจดจำกับการถ่ายภาพและลายเซ็นจาก Cristian Vallejo บนขวดไวน์เป็นที่ระลึก
พิเศษสำหรับลูกค้า Wine-Now
รับบัตรร่วมงานทันที 1 ใบ สำหรับผู้ที่สั่งซื้อ
● VIK Milla Cala 12 ขวด
● VIK Millahue 5 ขวด
● La Piu Belle 12 ขวด
● STONE VIK 4 ขวด
เมื่อสั่งซื้อแล้ว ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE เพื่อรับบัตรร่วมงาน
VIK 100 (p) Wine Dinner
Date: 30 October 2025
Time: 18:30-21:00
Location: ONE11 Exclusive Club (Louis XIII lounge), Gaysorn Village 2nd floor
** ที่นั่งมีจำนวนจำกัด **
