10 ไวน์อิตาเลียนระดับ Prestige ที่ควรรู้จัก

24 ตุลาคม 2025
12 ฉลากแนะนำ ใน JAMES SUCKLING GREAT WINE WORLD BANGKOK 2025
Posted in: Recommended
More from this author
By WINE-NOW

อิตาลี — ดินแดนที่ไวน์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่คือวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และศิลปะที่สืบต่อกันมาหลายศตวรรษ จากเทือกเขาแอลป์ทางเหนือถึงชายฝั่งซิซิลีทางใต้ ทุกภูมิภาคต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะในรสชาติและกลิ่นอายของดินแดน (terroir) ที่แตกต่างกันไปอย่างน่าหลงใหล ไม่ว่าจะเป็นไวน์แดงทรงพลังจาก Tuscany หรือไวน์ขาวหอมสดชื่นจาก Veneto — ทุกขวดล้วนเล่าเรื่องของอิตาลีผ่านรสสัมผัสในแก้ว

บทความนี้จาก Wine-Now Sommelier ได้คัดสรร 10 ไวน์อิตาเลียนระดับ Prestige ที่ถือเป็นผลงานชิ้นเอกจากผู้ผลิตชั้นนำ ทั้งไวน์ตระกูล Barolo, Super Tuscan ไปจนถึง Amarone ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายของความหรูหราและความละเมียดแบบอิตาเลียนแท้ ๆ เตรียมเปิดขวด แล้วออกเดินทางผ่านกลิ่น รส และเรื่องราวของแต่ละภูมิภาคไปพร้อมกันในบทความนี้

 


1. Masseto Toscana IGT 2012

Masseto Toscana IGT 2012

บนเนินเขาเล็ก ๆ ใน Bolgheri ทางตะวันตกของแคว้น Tuscany คือบ้านของหนึ่งในไวน์อิตาเลียนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก — Masseto ผลงานระดับตำนานโดย Lodovico Antinori ผู้ก่อตั้ง Tenuta dell’Ornellaia ที่ถูกยกให้เป็น “ศิลปะแห่งไวน์ Merlot” อย่างแท้จริง รุ่นปี 2012 คือหนึ่งในวินเทจที่ได้รับการยกย่องว่ามีสมดุลงดงามระหว่างพลังและความละเมียด เรียบหรูแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง — เส้นทองบนฉลากสีน้ำเงินเข้มเปรียบเหมือน “รอยแตกของดินเหนียว” บนไร่ Masseto Hill ที่โด่งดังในเรื่องของดินเหนียวสีน้ำเงิน (Blue Clay) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ terroir แห่งนี้

Masseto 2012 สร้างจาก Merlot 100% ที่ปลูกบนพื้นที่เพียงไม่กี่เฮกตาร์ รสชาติเข้มข้นแต่ละมุน มีกลิ่นหอมของ พลัมสุก แบล็กเชอร์รี่ ดอกไวโอเล็ต และช็อกโกแลตเข้ม ก่อนจะเผยโน้ตของ สมุนไพรแห้ง ไม้ซีดาร์ และกลิ่นดินหลังฝน ที่ละเอียดอ่อนแทบจับต้องไม่ได้ เนื้อสัมผัสเนียนแน่น ดื่มแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นและลุ่มลึกยาวนาน

การจับคู่ Pairing : ไวน์รุ่นนี้คู่ควรกับอาหารที่มีรสเข้มและซับซ้อน เช่น สเต็กเนื้อริบอายย่าง, เนื้อแกะอบสมุนไพร, หรือพาสต้าเนื้อวากิวซอสทรัฟเฟิล หากเสิร์ฟกับอาหารไทย ควรเลือกเมนูที่มีรสเข้มและเครื่องเทศนุ่ม เช่น มัสมั่นเนื้อ หรือเนื้ออบไวน์แดง จะยิ่งขับกลิ่นของไวน์ให้โดดเด่นขึ้น

● Terroir อันทรงพลัง ให้ทั้งโครงสร้างและความเข้มลึกของรสชาติ
● ใช้ Merlot 100% ที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการบ่มกว่า 24 เดือนในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศส
● ปี 2012 ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ว่าเป็นวินเทจ “สมบูรณ์แบบในจังหวะ” มีทั้งพลังและความกลมกล่อมในขวดเดียว

  1. Masseto  Toscana IGT 2012

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Masseto Toscana IGT 2012

2. Tenuta di Biserno Lodovico IGT

Tenuta di Biserno Lodovico IGT

บนชายฝั่งตะวันตกของแคว้น Tuscany คือที่ตั้งของไร่องุ่น Tenuta di Biserno ผลงานของ Lodovico Antinori ชายผู้ก่อตั้ง Ornellaia และเป็นตำนานในโลกของ Super Tuscan ไวน์ Lodovico IGT 2018 คือผลงานที่ตั้งชื่อตามตัวเขาเอง — การกลับมาของผู้สร้างตำนาน ที่ตั้งใจกลั่นรสชาติอันซับซ้อนของดิน Bolgheri ให้กลายเป็นไวน์ที่เปี่ยมด้วยพลังและความสง่างามในทุกอณู ไวน์รุ่นนี้คือการผสมผสานของ Cabernet Franc, Merlot, และ Petit Verdot ที่ปลูกบนดินปูนผสมหิน

 

กรวดของ Bibbona ใกล้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กลิ่นเปิดเผยโทนของแบล็กเชอร์รี่เข้ม แบล็กเคอร์แรนต์ ดอกไวโอเล็ต และช็อกโกแลตเข้ม ก่อนจะเผยกลิ่นเครื่องเทศอ่อน ๆ และกลิ่นไม้โอ๊คใหม่ที่บ่มไวน์นี้กว่า 16 เดือน เนื้อสัมผัสแน่นแต่ละเอียด ให้ความรู้สึกทรงพลังแต่สงบนิ่งในเวลาเดียวกันการจับคู่ Pairing : Lodovico 2018 เหมาะอย่างยิ่งกับเนื้อวากิวย่างซอสไวน์แดง เนื้อแกะอบโรสแมรี่ หรือสเต็กฟิเลต์มินยอง สำหรับอาหารไทย จับคู่ได้ดีกับ แกงกะหรี่เนื้อเข้ม หรือเนื้ออบสมุนไพรไทย ซึ่งจะช่วยขับกลิ่นผลไม้เข้มและโน้ตเครื่องเทศให้ชัดยิ่งขึ้น

● ผลงานที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Lodovico Antinori อย่างแท้จริง
● ใช้องุ่น Cabernet Franc เป็นแกนหลัก มอบรสเข้มลึกและโครงสร้างอันทรงพลัง
● วินเทจ 2018 ได้รับคำชมว่า “สง่างามและลุ่มลึกที่สุดแห่งทศวรรษ” จากนักวิจารณ์หลายสำนัก

  1. Tenuta di Biserno  Lodovico IGT

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Tenuta di Biserno Lodovico IGT

3. Tenuta San Guido Sassicaia 2020

Tenuta San Guido Sassicaia 2020

Sassicaia แปลตรงตัวว่า “ที่ที่เต็มไปด้วยหิน” — ชื่อที่สะท้อนทั้งภูมิประเทศและจิตวิญญาณของไวน์ในตำนานจากแคว้น Tuscany ผลงานของ Marchese Mario Incisa della Rocchetta ผู้สร้างแนวคิด Super Tuscan ขึ้นในโลกไวน์ยุคใหม่ ปี 2020 ถือเป็นวินเทจที่สมบูรณ์แบบในเชิงสมดุล ระหว่างความสดของผลไม้กับโครงสร้างที่ทรงพลังและสง่างาม ขวดนี้จึงเป็นดั่งบทกวีของ Bolgheri ที่สื่อถึงความหรูหราแบบเรียบง่าย และความเท่แบบไร้กาลเวลา

ไวน์รุ่นนี้ผลิตจาก Cabernet Sauvignon 85% และ Cabernet Franc 15% บ่มในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศสกว่า 24 เดือน กลิ่นเปิดด้วยแบล็กเคอร์แรนต์สุก แบล็กเชอร์รี่ และใบยาสูบแห้ง ผสานกลิ่นของไวโอเล็ต กาแฟคั่ว และดินหินแร่ที่สะท้อน terroir ของชายฝั่ง Bolgheri ได้อย่างงดงาม รสสัมผัสแน่นแต่เนียนละเอียด มีพลังและความสดชื่นในเวลาเดียวกัน

การจับคู่ Pairing : Sassicaia 2020 เข้ากันอย่างยอดเยี่ยมกับ เนื้อวากิวย่าง เนื้อแกะย่างซอสไวน์แดง พาสต้าเนื้อเข้ม หรือชีสเก่ารสจัด ส่วนอาหารไทยที่เข้าคู่ได้ดี เช่น แกงเนื้อพะแนง หรือเนื้ออบพริกไทยดำ เพราะช่วยดึงรสผลไม้เข้มและความเผ็ดละมุนให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น

● สัญลักษณ์แห่งไวน์อิตาเลียนระดับโลก และผู้บุกเบิกยุค Super Tuscan
● วินเทจ 2020 ได้รับการยกย่องว่า “คลาสสิกและทรงพลัง” ด้วยโครงสร้างที่พร้อมสำหรับการบ่มยาว
● กลิ่นและรสชาติสะท้อนเอกลักษณ์ของดิน Bolgheri ได้อย่างชัดเจน — หรูหรา เข้มข้น และมีมิติในทุกอณู

  1. Tenuta San Guido  Sassicaia 2020

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Tenuta San Guido Sassicaia 2020

4. Dal Forno Romano Amarone della Valpolicella 2017

Dal Forno Romano Amarone della Valpolicella 2017

จากหุบเขา Valpolicella ในแคว้น Veneto ไวน์ Dal Forno Romano Amarone 2017 คือผลงานระดับตำนานที่ยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่าง “ความอดทน” และ “ความสมบูรณ์แบบ” ผู้สร้างคือ Romano Dal Forno ชายผู้ได้รับฉายาว่า The Reformer of Amarone ด้วยการพลิกวิธีทำไวน์แบบดั้งเดิมให้กลายเป็นงานศิลปะสมัยใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลังและความละเอียดสุดขีด วินเทจ 2017 คือปีที่ธรรมชาติโหดร้าย แต่ Dal Forno กลับสร้างไวน์ที่สมบูรณ์และเข้มข้นได้อย่างน่าทึ่ง

ผลิตจากองุ่นพื้นถิ่นของ Veneto ได้แก่ Corvina, Corvinone, Rondinella และ Oseleta ผ่านกระบวนการ Appassimento ที่ทำให้ผลองุ่นเหี่ยวแห้งเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของรสชาติ บ่มกว่า 36 เดือนในถังไม้โอ๊คใหม่ กลิ่นแรกเผยโน้ตของ เชอร์รี่ดำ ลูกพรุน ดอกไวโอเล็ต ช็อกโกแลต และกาแฟคั่ว รสสัมผัสหนาแน่นแต่สมดุล มีพลังและความหอมยาวนานราวกำมะหยี่ที่ค่อย ๆ คลี่ตัว

การจับคู่ Pairing : Amarone ขวดนี้เหมาะกับอาหารที่มีรสเข้มและโครงสร้างหนา เช่น เนื้ออบซอสไวน์แดง เนื้อวัวตุ๋น หรือชีสพาร์มีซานเก่า หากจับคู่กับอาหารไทย ควรเลือกเมนูเข้มข้น เช่น มัสมั่นเนื้อหรือแกงฮังเล ซึ่งจะขับกลิ่นผลไม้แห้งและเครื่องเทศในไวน์ออกมาอย่างกลมกล่อม

● ผลงานระดับไอคอนของ Romano Dal Forno ผู้ยกระดับ Amarone ให้กลายเป็นไวน์ศิลป์
● ใช้เทคนิค Appassimento และบ่มในไม้โอ๊คใหม่กว่า 3 ปีเพื่อสร้างรสเข้มลึกและความหอมลุ่มลึก
● วินเทจ 2017 ได้รับคำชมว่า “ทรงพลังและสมบูรณ์แบบอย่างมีชั้นเชิง” เหมาะสำหรับการบ่มระยะยาว

  1. Dal Forno Romano  Amarone della Valpolicella 2017

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Dal Forno Romano Amarone della Valpolicella 2017

5. Poggio Di Sotto Brunello Di Montalcino DOCG

Poggio Di Sotto Brunello Di Montalcino DOCG

Poggio di Sotto คือหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความละเอียดและความบริสุทธิ์ของไวน์ Brunello ที่แท้จริง ตั้งอยู่ในเขต Castelnuovo dell’Abate ทางตอนใต้ของ Montalcino ไร่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 โดย Piero Palmucci ผู้หลงใหลในศิลปะการทำไวน์แบบดั้งเดิม เขาเชื่อมั่นว่าความยิ่งใหญ่ของไวน์ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่เกิดจาก “เวลา ดิน และความอดทน” — ปรัชญาที่กลั่นออกมาในทุกหยดของ Poggio di Sotto

ไวน์รุ่นนี้ผลิตจาก Sangiovese Grosso 100% ที่ปลูกบนดินปูนผสมหิน ซึ่งให้รสชาติที่ซับซ้อนและโครงสร้างที่งดงาม กลิ่นแรกเผยความหอมของ เชอร์รี่ป่า ดอกกุหลาบแห้ง ใบยาสูบ และสมุนไพรเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนจะคลี่เป็นกลิ่นของชาแห้ง เครื่องเทศอบ และกลิ่นหนังแท้อ่อน ๆ รสสัมผัสเนียนละเอียด มีความสมดุลระหว่างความสดของผลไม้กับความเข้มจากการบ่มในถังไม้โอ๊คสลาวเนียกว่า 48 เดือน ให้ความรู้สึกสง่างามและความยาวนานในปลายลิ้น

การจับคู่ Pairing : เหมาะกับ ริซอตโต้เห็ดทรัฟเฟิล พาสต้าเนื้อซอสไวน์แดง หรือชีสเพโกริโน่ สำหรับอาหารไทย จับคู่ได้ดีกับ เนื้ออบสมุนไพร หรือพะแนงเนื้อ ที่ช่วยขับกลิ่นเชอร์รี่และดอกไม้ในไวน์ให้นุ่มนวลยิ่งขึ้น

● ผลงานเอกของไร่ทางตอนใต้ของ Montalcino ที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดและความสงบ
● ใช้ Sangiovese Grosso 100% บ่มยาวกว่า 4 ปีในไม้โอ๊คสลาวเนีย
● กลิ่นหอมของดอกไม้ เชอร์รี่ป่า และใบยาสูบ — รสชาติแห่งความสง่างามและความอดทนของ Brunello ชั้นเลิศ

  1. Poggio Di Sotto  Brunello Di Montalcino DOCG

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Poggio Di Sotto Brunello Di Montalcino DOCG

6. Tenuta dell’Ornellaia Bolgheri DOC 2021

Tenuta dell’Ornellaia Bolgheri DOC 2021

ในโลกของไวน์อิตาเลียนชื่อ Ornellaia คือสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและความประณีตในแบบ Bolgheri Style ผลงานจากไร่องุ่นที่ตั้งอยู่บนชายฝั่ง Tuscany ซึ่งก่อตั้งโดย Marchese Lodovico Antinori ผู้มองว่า “ไวน์คือการสร้างบทกวีจากธรรมชาติ” รุ่นปี 2021 ถือเป็นวินเทจที่ยอดเยี่ยมที่สุดในทศวรรษ ด้วยสภาพอากาศที่สมดุลระหว่างแสงแดดอุ่นและลมทะเล ทำให้ผลองุ่นสุกสมบูรณ์แบบ กลายเป็นไวน์ที่งดงามทั้งในพลัง โครงสร้าง และความนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน

ไวน์รุ่นนี้ผลิตจากการผสมผสานของ Cabernet Sauvignon, Merlot, Cabernet Franc และ Petit Verdot ผ่านการบ่มกว่า 20 เดือนในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศส กลิ่นเปิดด้วยโน้ตของ แบล็กเคอร์แรนต์ พลัม ดอกไวโอเล็ต และยาสูบแห้ง ก่อนจะเผยกลิ่นรองของ โกโก้ ช็อกโกแลต และสมุนไพรเมดิเตอร์เรเนียน รสสัมผัสแน่น ละเอียด และยาวนาน ให้ความรู้สึกทรงพลังแต่ละเมียดละไมในทุกจิบ

การจับคู่ Pairing : Ornellaia 2021 เหมาะกับ สเต็กเนื้อแองกัส เนื้อแกะย่าง หรือพาสต้าโบโลเนสเข้มข้น สำหรับอาหารไทย แนะนำ เนื้ออบไวน์แดง หรือแกงเผ็ดเป็ดย่าง ซึ่งช่วยขับกลิ่นผลไม้สุกและโน้ตของเครื่องเทศในไวน์ออกมาได้อย่างงดงาม

● ไวน์ระดับเรือธงของ Tenuta dell’Ornellaia ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่ง Bolgheri ได้อย่างสมบูรณ์
● บ่มในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศสกว่า 20 เดือน มอบเนื้อสัมผัสที่กลมกล่อมและโครงสร้างแข็งแรง
● วินเทจ 2021 ได้รับการยกย่องว่า “หรูหราและสมดุลอย่างไร้ที่ติ” พร้อมศักยภาพการบ่มยาวนานหลายทศวรรษ

  1. Tenuta dell'Ornellaia  Ornellaia Bolgheri DOC 2021

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Tenuta dell'Ornellaia Ornellaia Bolgheri DOC 2021

7. Rocca Di Frassinello Baffonero DOC

Rocca Di Frassinello Baffonero DOC

ตำนานของชายฝั่ง Maremma ทางตอนใต้ของ Tuscany ที่เปี่ยมด้วยพลังและจิตวิญญาณของดินแดนทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผลงานจาก Rocca di Frassinello โปรเจ็กต์ไวน์ร่วมทุนระหว่างอิตาลีและฝรั่งเศส ที่นำประสบการณ์ของ Domaine Barons de Rothschild-Lafite มาผสมกับความเป็นทัสกันแท้ ผลลัพธ์คือไวน์ที่สะท้อนความสง่างามและความเข้มข้นได้อย่างสมดุล — ขวดที่ได้รับฉายาว่า “จิตวิญญาณแห่ง Maremma”

Baffonero DOC ผลิตจาก Merlot 100% จากไร่องุ่นขนาดเล็กใกล้ชายฝั่ง ที่มีดินหินปูนและแร่ธาตุสูง บ่มในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศสกว่า 24 เดือน กลิ่นแรกเผยโน้ตของ แบล็กเชอร์รี่ พลัมสุก ดาร์กช็อกโกแลต และกลิ่นกาแฟคั่ว ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ตัวเป็นกลิ่นของสมุนไพรแห้งและไม้ซีดาร์ รสสัมผัสเข้มข้นแต่ละมุน ให้ความรู้สึกหรูหราและทรงพลังในเวลาเดียวกัน

การจับคู่ Pairing : เหมาะกับ เนื้อสเต็กริบอายย่าง เนื้อแกะซอสไวน์แดง หรือชีสพาร์มีซานอายุยาว สำหรับอาหารไทย จับคู่ได้ดีกับ เนื้ออบซอสพริกไทยดำ หรือแกงมัสมั่นเนื้อ ซึ่งจะขับความหวานของผลไม้และกลิ่นเครื่องเทศให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

● ผลงานเรือธงของ Rocca di Frassinello ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างอิตาลีและฝรั่งเศส
● ใช้ Merlot 100% จากไร่องุ่นที่ให้ผลผลิตน้อยแต่เข้มข้นเต็มพลัง
● โดดเด่นด้วยกลิ่นแบล็กเชอร์รี่ ดาร์กช็อกโกแลต และความนุ่มลึกที่บ่มกว่า 24 เดือนในไม้โอ๊คฝรั่งเศส’

  1. Rocca Di Frassinello  Baffonero DOC

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Rocca Di Frassinello Baffonero DOC

8. Giuseppe Cortese Barbaresco Riserva Rabaja

Giuseppe Cortese Barbaresco Riserva Rabaja

Rabajà คือหนึ่งในไร่องุ่นที่ทรงคุณค่าที่สุดของ Barbaresco และ Giuseppe Cortese คือผู้รักษามรดกแห่งรสชาติแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างงดงาม ผลงานรุ่น Barbaresco Riserva Rabajà คือการถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของไร่ Rabajà ผ่านไวน์ที่เปี่ยมด้วยพลัง ความลึก และความสง่างามเหนือกาลเวลา — ผลลัพธ์จากฝีมือของครอบครัว Cortese ที่ส่งต่อศาสตร์การทำไวน์มาหลายชั่วอายุคน

ไวน์นี้ทำจากองุ่น Nebbiolo 100% ที่ปลูกบนเนินเขาดินปูนผสมหินในใจกลาง Rabajà บ่มในถังไม้โอ๊คสลาวเนียนานกว่า 30 เดือน กลิ่นแรกเผยโน้ตของ ดอกกุหลาบแห้ง เชอร์รี่เปรี้ยว แบล็กเคอร์แรนต์ ยาสูบ และเครื่องเทศอ่อน ๆ รสสัมผัสเข้มแต่สมดุล มีความกลมกล่อมและความฝาดนุ่มละเมียด เนื้อไวน์เรียวยาวแต่ทรงพลัง พร้อมกลิ่นปิดท้ายของดินเปียกและหนังแท้ที่เป็นเอกลักษณ์ของไวน์ชั้นดีจาก Barbaresco

การจับคู่ Pairing : เหมาะอย่างยิ่งกับ เนื้ออบ เนื้อแกะตุ๋น หรือริซอตโต้เห็ดทรัฟเฟิล สำหรับอาหารไทย แนะนำ พะแนงเนื้อ หรือเนื้ออบซอสสมุนไพร ที่ช่วยขับกลิ่นเครื่องเทศและกลิ่นดอกไม้ของไวน์ออกมาอย่างละเมียด

● ผลงานเอกของไร่ Rabajà ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ Barbaresco แบบคลาสสิก
● ใช้ Nebbiolo 100% จากไร่ชั้นดี บ่มยาวกว่า 30 เดือนเพื่อรสสัมผัสที่ลึกและนุ่ม
● กลิ่นและรสชาติเปี่ยมด้วยชั้นเชิง — ดอกไม้แห้ง ผลไม้เปรี้ยว และสมุนไพรที่ผสานกันอย่างลงตัว

  1. Giuseppe Cortese  Barbaresco Riserva Rabaja

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Giuseppe Cortese Barbaresco Riserva Rabaja

9. Michele Chiarlo Barolo Cannubi DOCG

Michele Chiarlo Barolo Cannubi DOCG

ในบรรดาไร่องุ่นทั้งหมดของ Barolo ไม่มีชื่อใดเป็นตำนานไปกว่า Cannubi — เนินเขาเก่าแก่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “หัวใจของ Barolo” และคือแหล่งที่ให้ไวน์ทรงพลังแต่ละเมียดที่สุดในภูมิภาค Piemonte ไวน์ Michele Chiarlo Barolo Cannubi DOCG จึงเป็นการบรรจบกันของประวัติศาสตร์ ศิลปะ และจิตวิญญาณแห่งความประณีตของตระกูล Chiarlo ที่สืบทอดศาสตร์แห่งการทำไวน์มากว่า 60 ปี

ไวน์นี้ทำจาก Nebbiolo 100% จากไร่ Cannubi ที่มีดินผสมระหว่างทรายและหินปูน ทำให้รสชาติออกมาละเอียดและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว บ่มกว่า 24 เดือนในถังไม้โอ๊คขนาดใหญ่ก่อนพักในขวดจนถึงความสมบูรณ์ กลิ่นแรกเผยความหอมของ ดอกกุหลาบแห้ง แบล็กเชอร์รี่ เครื่องเทศอ่อน ๆ และใบยาสูบ ผสานกลิ่นของดินแร่และทรัฟเฟิลขาวที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ Cannubi รสสัมผัสสง่างาม มีความฝาดนุ่ม เนื้อไวน์แน่นแต่ไม่หนักจนเกินไป ให้ความรู้สึกยาวและสมดุล

การจับคู่ Pairing : เหมาะกับอาหารอิตาเลียนคลาสสิกอย่าง ริซอตโต้เห็ดทรัฟเฟิล เนื้อวัวตุ๋นไวน์แดง หรือชีสเพโกริโน่ ส่วนอาหารไทย ควรจับคู่กับเมนูรสเข้มอย่าง แกงมัสมั่นเนื้อ หรือพะแนงเป็ด ซึ่งช่วยขับกลิ่นเครื่องเทศและผลไม้ในไวน์ให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น

● ผลงานจากไร่ Cannubi ที่ขึ้นชื่อที่สุดของ Barolo — แหล่งปลูก Nebbiolo ระดับโลก
● บ่มกว่า 24 เดือนในไม้โอ๊คใหญ่เพื่อโครงสร้างที่สมบูรณ์และเนื้อไวน์ละเอียด
● กลิ่นดอกไม้ ผลไม้แดง และกลิ่นทรัฟเฟิลที่หรูหรา สะท้อนเอกลักษณ์แห่ง Barolo อย่างแท้จริง

  1. Michele Chiarlo  Barolo Cannubi DOCG

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Michele Chiarlo Barolo Cannubi DOCG

10. Luce Della Vite Luce Brunello di Montalcino DOCG

Luce Della Vite Luce Brunello di Montalcino DOCG

ชื่อ “Luce” แปลว่า “แสง” — และไวน์ Luce Brunello di Montalcino DOCG จากแบรนด์ Luce Della Vite ก็เปล่งประกายสมชื่อในฐานะผลงานที่รวบรวมทั้งความสง่างามของไวน์อิตาเลียนและความร่วมสมัยในแบบศิลปะ แบรนด์นี้เกิดจากความร่วมมือของสองตำนานวงการไวน์ Marchese Vittorio Frescobaldi และ Robert Mondavi เพื่อสร้างไวน์ที่สื่อถึงแสงแห่ง Tuscany และจิตวิญญาณของ Montalcino อย่างแท้จริง

ไวน์รุ่นนี้ผลิตจาก Sangiovese 100% ที่ปลูกบนดินหินปูนและดินเหนียวของเนินเขา Castelgiocondo ผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊คกว่า 24 เดือน กลิ่นเปิดด้วยโน้ตของ เชอร์รี่ป่า พลัมแดง ดอกไวโอเล็ต ยาสูบ และเครื่องเทศอบอ่อน ๆ ก่อนจะเผยความลึกของกลิ่นหนังแท้และวานิลลา รสสัมผัสนุ่มแน่น มีความกลมกล่อมและสมดุลระหว่างความเข้มกับความสด ดื่มแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นและทรงพลังแบบ Brunello ชั้นเลิศ

การจับคู่ Pairing : Luce Brunello เหมาะกับอาหารอิตาเลียนคลาสสิก เช่น สเต็กฟิออเรนตินา พาสต้าโบโลเนส หรือชีสพาร์มีซานอายุยาว ส่วนอาหารไทย จับคู่ได้ดีอย่างยิ่งกับ แกงเผ็ดเป็ดย่าง หรือเนื้ออบซอสเครื่องเทศ ที่จะขับกลิ่นผลไม้สุกและเครื่องเทศในไวน์ออกมาอย่างน่าหลงใหล

● ผลงานระดับไอคอนจากความร่วมมือของ Frescobaldi และ Mondavi
● ใช้ Sangiovese 100% จากไร่ชั้นดีใน Montalcino บ่มในไม้โอ๊คกว่า 2 ปี
● กลิ่นและรสชาติเปล่งประกายด้วยผลไม้สุก เครื่องเทศ และความละเมียดของดิน Tuscany

  1. Luce Della Vite  Luce Brunello di Montalcino DOCG

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Luce Della Vite Luce Brunello di Montalcino DOCG