ทำไมไวน์/เหล้าขึ้นราคาปี 2026: เข้าใจภาษีสรรพสามิตใหม่
เห็นราคาไวน์ขยับขึ้นแล้วไม่โอเค? ก่อนจะโทษร้าน ลองเข้าใจที่มาก่อน—มันคือเรื่องภาษี ไม่ใช่กำไรร้าน และเมื่อเข้าใจว่าอะไรเปลี่ยน คุณจะเลือกซื้อได้ฉลาดขึ้น ไม่ใช่จ่ายแพงโดยไม่จำเป็น
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเชิงการศึกษาเพื่อความเข้าใจ ตัวเลขอัตราภาษีที่แน่นอนควรอ้างอิง ประกาศกรมสรรพสามิตฉบับล่าสุด ก่อนนำไปใช้อ้างอิงเชิงพาณิชย์
สรุปสั้นๆ: ปี 2026 โครงสร้างภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เปลี่ยน โดยคิดภาษี สองฐานพร้อมกัน — ตามมูลค่า (เปอร์เซ็นต์ของราคา) และตามปริมาณแอลกอฮอล์ต่อลิตร ผลคือราคาขยับขึ้น แต่ ไม่เท่ากันทุกขวด ขวดแอลกอฮอล์สูง/ราคาสูงรับผลมากกว่า ขวดเริ่มต้นกระทบน้อยกว่า เคล็ดลับคือเลือกที่ "ความคุ้มต่อแก้ว" ไม่ใช่ราคาป้าย
ความรู้สึกแรกเวลาเห็นไวน์ขวดเดิมขึ้นราคาคือ "ร้านขึ้นราคาเอาเปรียบหรือเปล่า?" คำตอบในกรณีส่วนใหญ่คือไม่ใช่ ราคาที่ขยับมาจากต้นทางคือ ภาษีสรรพสามิต ที่เปลี่ยนโครงสร้าง เมื่อเข้าใจว่ามันทำงานยังไง คุณจะเลิกหงุดหงิดและเริ่มซื้อไวน์ได้ฉลาดขึ้น
ปลายปี 2023 ต่อต้นปี 2024 คณะรัฐมนตรีอนุมัติชุดมาตรการลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อหนุนการท่องเที่ยวและบริการ ผลที่ตามมาในฝั่งไวน์นั้นชัดเจนกว่าที่หลายคนคิด และยังคงมีผลต่อราคาบนชั้นวางมาจนถึงวันนี้
อะไรเปลี่ยน: ภาษีสองฐาน

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงมีสองชั้น ชั้นแรกคือ อากรขาเข้า (import duty) สำหรับไวน์องุ่นที่เคยอยู่ราว 54–60% ของมูลค่า ถูกยกเลิกลงเหลือ 0% ชั้นที่สองคือ ภาษีสรรพสามิต (excise) ที่ปรับโครงสร้างใหม่ โดยคิดจาก สองฐานพร้อมกัน:
- ฐานตามมูลค่า (ad valorem) — คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคา ยิ่งไวน์ราคาสูง ภาษีส่วนนี้ยิ่งสูงตาม
- ฐานตามปริมาณแอลกอฮอล์ (specific) — คิดตามปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อลิตร ยิ่งดีกรีสูง ภาษีส่วนนี้ยิ่งสูง
เมื่อทั้งสองฐานปรับขึ้น ผลลัพธ์ต่อขวดจึงเป็นการ "บวกกันสองทาง" โดยเฉพาะกับไวน์และสุราที่ทั้งราคาสูงและดีกรีสูง ส่วนตัวเลขอัตราเป๊ะๆ เปลี่ยนตามประกาศ จึงควรเช็กกับประกาศกรมสรรพสามิตฉบับล่าสุดเสมอ
| รายการ | ก่อน | หลังปรับ (2024 → 2026) |
|---|---|---|
| อากรขาเข้า | ~54–60% | 0% (ยกเลิกแล้ว) |
| สรรพสามิต ตามมูลค่า | 10% | 5% |
| สรรพสามิต ตามแอลกอฮอล์ | ~1,500 บาท/ลิตร | ~1,000 บาท/ลิตร |
| มีผลตั้งแต่ | ต้นปี 2024 ยังใช้อยู่ถึงกลางปี 2026 | |
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นอ้างอิงมาตรการที่ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2024 ก่อนตัดสินใจซื้อจำนวนมาก ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับกรมสรรพสามิตอีกครั้ง
ทำไมหลายขวดถึง "ถูกลง" จริง

เมื่ออากรขาเข้าหายไปทั้งก้อน ต้นทุนนำเข้าของไวน์จากต่างประเทศก็ลดลงทันทีตั้งแต่ด่านศุลกากร บวกกับสรรพสามิตที่เบาลงอีกชั้น ผลรวมคือราคาตั้งต้นของไวน์นำเข้าหลายกลุ่มต่ำลงกว่าก่อนหน้า รายงานหลังปรับมาตรการพบว่าการนำเข้าไวน์โดยรวมเพิ่มขึ้น และไวน์ในช่วงราคากลาง–บนมีการเติบโตเด่นชัด สะท้อนว่าผู้บริโภคเข้าถึงขวดที่เคยแพงเกินเอื้อมได้ง่ายขึ้น
ราคาที่ขยับในยุคนี้ มักเป็นเรื่องของโครงสร้างภาษีและต้นทุนนำเข้า มากกว่าจะเป็นการตัดสินใจของร้านเพียงฝ่ายเดียว
กระทบขวดของคุณยังไง
- ขวดแอลกอฮอล์สูง / ราคาสูง — รับผลกระทบมากที่สุด เพราะถูกคิดทั้งสองฐานในอัตราที่สูง (เช่น ไวน์เสริมแอลกอฮอล์ สุรากลั่น และไวน์นำเข้าราคาสูง)
- ขวดระดับกลาง — กระทบปานกลาง ขึ้นกับสมดุลระหว่างราคาและดีกรี
- ขวดเริ่มต้น / ดื่มประจำวัน — กระทบน้อยที่สุด ความคุ้มต่อแก้วยังสูง เป็นจุดที่ฉลาดที่สุดสำหรับการดื่มประจำ
เลือกซื้อให้ฉลาดหลังภาษีใหม่

เคล็ดลับของซอมเมอลิเย่คือมองที่ "ความคุ้มต่อแก้ว" ไม่ใช่ราคาป้าย:
- โฟกัสองุ่นที่คุ้มราคา เช่น Carmènere ชิลี, Merlot, Cabernet โลกใหม่งบเริ่มต้น และ Riesling ที่ให้ความสุขต่อแก้วสูง
- ดีกรีพอดี ไวน์แอลกอฮอล์ปานกลางมักได้รับผลจากฐาน specific น้อยกว่า
- ซื้อเป็นแพ็ก เพื่อเฉลี่ยต้นทุนต่อขวด และมักมีโปรโมชั่นช่วยลดผลของราคาที่ขยับ
- เก็บให้เป็น ถ้าจะตุน ต้องมีที่เก็บที่เย็นและนิ่ง ไม่งั้นไวน์เสียก่อนได้ดื่ม—ตุนผิดวิธีแพงกว่าเดิม
วิธีที่ใช้ได้จริงคือเลิกเทียบเฉพาะตัวเลขบนป้าย แล้วหันมามองคุณภาพและจำนวนแก้วที่ได้ต่อขวด ไวน์ที่ราคาขยับขึ้นเล็กน้อยแต่ให้โครงสร้างรสและความซับซ้อนมากกว่า อาจคุ้มกว่าขวดถูกที่ดื่มแล้วไม่ประทับใจ
4 ขวด "ยังคุ้ม" ที่ทีมเราชอบแนะนำ

ทั้งหมดเป็นขวดดื่มง่าย ขายดีจริง และคุ้มต่อแก้วแม้ราคาตลาดขยับ:
ดูขวดนี้ →
*ราคาเป็นค่าประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงตามโครงสร้างภาษีและสต็อก โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดที่หน้าสินค้า หรือสอบถามทาง LINE
อยากรู้ว่าขวดไหนยังคุ้มหลังภาษีใหม่?
บอกงบและสไตล์ที่ชอบ ทีมเราคัด "ขวดคุ้มต่อแก้ว" ในงบของคุณให้
เลือกขวดที่คุ้มกับงบ
ซอมเมอลิเยร์ Wine-Now ช่วยแนะนำได้ — บอกงบและโอกาสที่จะใช้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมไวน์แพงขึ้นปี 2026
เพราะโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คิดทั้งตามมูลค่า (เปอร์เซ็นต์ของราคา) และตามปริมาณแอลกอฮอล์ต่อลิตร เมื่อทั้งสองฐานปรับขึ้น ขวดที่ทั้งราคาสูงและดีกรีสูงรับผลมากที่สุด
ขึ้นทุกขวดเท่ากันไหม
ไม่ ขวดแอลกอฮอล์สูง/ราคาสูงรับผลมากกว่า เพราะถูกคิดทั้งสองฐานในอัตราสูง ส่วนขวดเริ่มต้นดีกรีพอดีกระทบน้อยกว่า และมักยังให้ความคุ้มต่อแก้วสูง
ปี 2026 ไวน์ถูกลงหรือแพงขึ้น
ทั้งสองพร้อมกัน อากรขาเข้าถูกยกเลิก (0%) และสรรพสามิตลดลง แต่โครงสร้างสองฐานทำให้ขวดบางกลุ่มราคาขยับขึ้น ผลสุทธิขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังซื้อขวดแบบไหน ขวดเริ่มต้นมักยังคุ้มกว่าเดิม
ภาษีไวน์คิดอย่างไร
คิดสองส่วนควบกัน — ตามมูลค่า (~5% หลังปรับ) และตามปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อลิตร (~1,000 บาท/ลิตร) โดยใช้ค่าที่สูงกว่าเป็นฐาน ส่วนอากรขาเข้าของไวน์องุ่นถูกยกเลิกแล้ว
ควรตุนตอนนี้ไหม
ตุนได้ถ้ามีที่เก็บที่เย็นและนิ่ง แต่ไวน์ส่วนใหญ่ออกแบบมาให้ดื่มภายในไม่กี่ปี เก็บผิดวิธีแพงกว่าเดิม การเลือกตามโอกาสที่จะใช้จริงคุ้มกว่าการกักตุน
เข้าใจที่มาของราคา แล้วการเลือกขวดต่อไปจะเป็นเรื่องของรสนิยม ไม่ใช่ความกังวลเรื่องตัวเลขอีกต่อไป



