Primitivo & Zinfandel เรื่องเล่าขององุ่นพลัดถิ่น
Primitivo (ปริมิติโว่) เป็นองุ่นสายพันธุ์เก่าแก่ที่หยั่งรากลึกอยู่ในแคว้น Puglia (ปุเกลีย) ทางตอนใต้ของอิตาลีมาตั้งแต่ยุคโรมัน ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานขนาดนั้นทำให้มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่าไวน์จาก Primitivo คือไวน์ที่ปรากฏใน Last Supper จะจริงแท้เพียงใดนั้นคงยากที่จะพิสูจน์ได้ในวันนี้ แต่มันสะท้อนให้เห็นว่า Primitivo ฝังตัวอยู่ในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้ลึกแค่ไหน
DNA ที่ข้ามทวีป

สิ่งที่พิสูจน์ได้และเปลี่ยนความเข้าใจของวงการไวน์โลกไปอย่างสิ้นเชิงคือผลการวิจัยของ Dr. Carole Meredith นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ในปี ค.ศ. 1996 สามารถพิสูจน์ได้ว่า Primitivo องุ่นพื้นเมืองจากดินแดนส้นบูทของอิตาลี มี DNA ตรงกันกับ Zinfandel (ซินฟานเดล) องุ่นที่โด่งดังและเป็นตัวแทนของไวน์ California (แคลิฟอร์เนีย) มาหลายสิบปี

สองสายพันธุ์ที่เติบโตห่างกันคนละทวีป ถูกเรียกด้วยชื่อต่างกัน และมีบุคลิกของไวน์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่เบื้องลึกของ DNA กลับเป็นสิ่งเดียวกัน ยิ่งกว่านั้น งานวิจัยชิ้นเดียวกันยังพบว่าทั้ง Primitivo และ Zinfandel ต่างมี DNA ตรงกับ Plavac Mali องุ่นชั้นเลิศของโครเอเชียอีกด้วย ทำให้เรื่องราวของสายพันธุ์นี้มีรากที่ย้อนกลับไปยังคาบสมุทรบอลข่านก่อนที่มันจะกระจายออกไปทั่วโลก
งานวิจัยที่เปลี่ยนแผนที่ไวน์โลก

ผลงานของ Dr. Meredith ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงวิทยาศาสตร์และวงการไวน์ทั่วโลก และนำไปสู่การยกย่องเธอในฐานะ Grape Geneticist ที่ได้รับการบันทึกชื่อเข้าสู่ Vintners Hall of Fame ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหอเกียรติยศที่มีเพียงคนที่สร้างคุณูปการสำคัญต่อวงการไวน์เท่านั้นที่ได้รับการยกย่อง
สิ่งที่น่าสนใจในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ แต่คือสิ่งที่มันบอกเกี่ยวกับโลกของไวน์โดยรวม องุ่นสายพันธุ์เดียวกันสามารถให้ไวน์ที่มีบุคลิกต่างกันโดยสิ้นเชิงได้ เพียงเพราะดิน อากาศ และมือของคนที่ทำมันแตกต่างกัน Primitivo จาก Puglia ให้ความหนักแน่นและความเข้มข้นแบบเมดิเตอร์เรเนียน ในขณะที่ Zinfandel จากแคลิฟอร์เนียให้ความสุกฉ่ำของผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของ New World และทั้งคู่ก็ยังคงเป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์
สำหรับคนที่ชื่นชอบ Primitivo หรือ Zinfandel อยู่แล้ว ลองหาอีกฝั่งมาเปิดเทียบกันดูสักครั้ง เพราะการที่สองขวดนี้มี DNA เหมือนกันแต่รสชาติต่างกันอย่างชัดเจนคือบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดว่า Terroir และกรรมวิธีของผู้ผลิตสามารถปั้นองุ่นต้นเดียวกันให้กลายเป็นสองโลกที่แทบจำกันไม่ได้ — และนั่นคือเหตุผลที่การสำรวจโลกของไวน์ยังน่าค้นหาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเริ่มจากขวดไหน