ความหวานระดับ Brut คือ ความหวานระดับไหน ?
บนฉลาก Sparkling Wine (สปาร์กลิงไวน์) หรือ Champagne (แชมเปญ) มักมีคำหนึ่งพิมพ์อยู่เสมอโดยไม่มีคำอธิบายประกอบ — Brut อ่านว่า บรุท มาจากภาษาฝรั่งเศส มีความหมายตรงกับคำว่า Dry ในภาษาอังกฤษ พูดง่าย ๆ คือไวน์ที่มีความหวานน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย
แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ "Brut" ไม่ได้มีแค่ระดับเดียว ยังแตกออกไปอีกเป็น Extra Brut และ Brut Nature ที่แห้งกว่า และในทิศทางตรงข้ามก็มีระดับที่หวานขึ้นเรื่อย ๆ อีกหลายขั้น ทั้งหมดนี้ถูกกำหนดโดยปริมาณน้ำตาลที่เติมในขั้นตอน Dosage — กระบวนการสุดท้ายก่อนปิดจุกที่ผู้ผลิตใช้สร้างสมดุลกับความเป็นกรดสูงตามธรรมชาติของแชมเปญ Wine-Now รวบรวมทั้ง 7 ระดับมาให้เข้าใจในที่เดียว
7 ระดับความหวานที่ต้องรู้

1. Brut Nature / Brut Zero น้ำตาล 0–3 กรัม/ลิตร — ไม่มีการเติมน้ำตาลเลย รสชาติคมชัด กรดสูง ให้สัมผัสไวน์ในรูปแบบบริสุทธิ์ที่สุด เหมาะกับคนที่ต้องการความตรงไปตรงมาและไม่ต้องการสิ่งใดมาปิดบังรสธรรมชาติของไวน์
2. Extra Brut น้ำตาล 0–6 กรัม/ลิตร — แห้งมาก อาจมีความขมเล็กน้อยที่ให้ความสดชื่น กรดโดดเด่น เป็นที่นิยมในหมู่นักดื่มที่ชอบความคมและ Mineral Character ชัดเจน
3. Brut น้ำตาลไม่เกิน 12 กรัม/ลิตร — สไตล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แม้มีน้ำตาลอยู่บ้าง แต่ความเป็นกรดสูงของแชมเปญทำให้รสสัมผัสยังดูแห้งและสดใส น้ำตาลทำหน้าที่เพิ่มความกลมกล่อมและ Body เท่านั้น
4. Extra Sec / Extra Dry น้ำตาล 12–17 กรัม/ลิตร — ชื่ออาจทำให้เข้าใจผิดว่าแห้งกว่า Brut แต่ความจริงหวานกว่าเล็กน้อย รสชาติกลมกล่อมและเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับ Sparkling Wine มากนัก
5. Sec น้ำตาล 17–32 กรัม/ลิตร — แม้ชื่อจะแปลว่า "แห้ง" แต่ในบริบทของแชมเปญถือว่าค่อนข้างหวานแล้ว เหมาะกับอาหารรสอ่อนหรือเสิร์ฟเป็น Aperitif ในงานที่ต้องการความสดชื่นแบบนุ่มนวล
6. Demi-Sec น้ำตาล 32–50 กรัม/ลิตร — หวานพอที่จะจับคู่กับของหวานได้อย่างลงตัว ผลไม้เขตร้อนและน้ำผึ้งปรากฏชัดขึ้น เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับ Dessert Pairing โดยเฉพาะขนมอบและผลไม้สด
7. Doux น้ำตาลมากกว่า 50 กรัม/ลิตร — หวานที่สุดในสเปกตรัม หายากมากในตลาดปัจจุบัน เพราะรสนิยมของนักดื่มทั่วโลกเปลี่ยนมาชอบสไตล์แห้งมากขึ้น แต่ยังคงเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบ Dessert Wine สไตล์ฟองฟู่
Tips: Dry ในไวน์แดงกับไวน์ขาว ต่างกันอย่างไร?
คำว่า "Dry" ไม่ได้ให้สัมผัสเดียวกันในไวน์ทุกประเภท สำหรับ ไวน์ขาว (White Wine) ที่ Dry ความรู้สึกหลักที่ได้คือความเปรี้ยวจาก Acidity สูง ส่วน ไวน์แดง (Red Wine) ที่ Dry จะให้ความฝาดจาก Tannin เป็นเอกลักษณ์แทน ทั้งสองรูปแบบต่างก็บ่งบอกว่าไวน์แก้วนั้นไม่มีความหวานเหลืออยู่เลย
ครั้งต่อไปที่หยิบขวดแชมเปญขึ้นมา ลองมองหาคำเหล่านี้บนฉลาก — เพราะความแตกต่างของน้ำตาลเพียงไม่กี่กรัมต่อลิตร คือความแตกต่างของประสบการณ์ทั้งแก้ว
ไม่แน่ใจว่าควรเลือก Brut ระดับไหน?
บอกโอกาสและความหวานที่ชอบ ทีมซอมเมอลิเยร์ Wine-Now ช่วยเลือกสปาร์กลิงที่ใช่ให้ได้ทาง LINE
ดูสปาร์กลิงและแชมเปญทั้งหมด
ตั้งแต่ Brut Nature คมชัด ไปจนถึง Demi-Sec สำหรับของหวาน ครบทุกระดับความหวาน
ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ · สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป


