Trending Wine November 2025 Week 2
ไวน์แนะนำประจำสัปดาห์จาก Wine-Now
เดือนพฤศจิกายนคือช่วงเวลาที่อากาศเริ่มเย็นลง กลิ่นของฤดูใหม่เริ่มแตะปลายแก้ว และทุกมื้อค่ำดูจะเหมาะกับการเปิดไวน์ดี ๆ สักขวด — ไม่ว่าจะเป็นไวน์หรูที่เต็มไปด้วยความทรงพลังจากไร่องุ่นระดับโลก ไวน์พรีเมียมที่ถ่ายทอดฝีมือของผู้ผลิตอย่างประณีต หรือไวน์ราคาย่อมเยาที่ดื่มง่ายและอบอุ่นหัวใจในทุกโอกาส ความงดงามของไวน์ไม่ได้อยู่ที่ป้ายราคา แต่อยู่ในความรู้สึกที่แต่ละขวดมอบให้เมื่อรินลงแก้ว
ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนนี้ Wine-Now คัดสรรไวน์เด่นที่กำลังมาแรงในหมู่นักดื่ม ทั้งไวน์ระดับ Prestige สำหรับนักสะสมที่ชื่นชอบรสชาติอันลึกซึ้งและศักยภาพในการบ่ม, ไวน์ Premium ที่ให้ความสมดุลระหว่างคุณภาพและความคุ้มค่า พร้อมเสน่ห์เฉพาะตัวในแต่ละภูมิภาค, ไปจนถึงไวน์ Budget Friendly ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ที่พิสูจน์ว่า “ความสุขจากไวน์ดี ๆ” สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัน และในทุกงบประมาณ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการดื่ม แต่คือการได้สัมผัสเรื่องราวที่อยู่ในทุกหยดของไวน์นั้นอย่างแท้จริง
Prestige Wine แนะนำ
● Domaine Leflaive Bienvenues Batard Montrachet Grand Cru

หนึ่งในตำนานแห่งไวน์ขาวจาก Puligny-Montrachet ผู้ยืนหยัดในแนวทาง biodynamic มายาวนานกว่าใครในเบอร์กันดี ไร่องุ่น Bienvenues-Bâtard-Montrachet Grand Cru ตั้งอยู่ในใจกลาง Côte de Beaune บนดินหินปูนผสมชอล์กที่มอบความสด ความลึก และกลิ่นแร่ชัดเจนให้กับองุ่น Chardonnay ทุกพวงที่เก็บด้วยมืออย่างพิถีพิถัน
ไวน์เผยกลิ่นหอมของดอกไม้สีขาว มะนาวสุก และอัลมอนด์อบ ก่อนคลี่สู่รสสัมผัสกลมกล่อมและเนื้อไวน์เนียนละมุน ความครีมจากถังโอ๊คใหม่ถ่ายทอดออกมาอย่างพอดี สมดุลระหว่างความหอมละเมียดและโครงสร้างที่สง่างาม จบยาวด้วยกลิ่นถั่วและแร่บนปลายลิ้น
เหมาะกับ หอยเชลล์ย่างเนย กุ้งล็อบสเตอร์ซอสครีม หรือปลาเทอร์โบท์อบไวน์ขาว ในแบบเอเชีย ลองคู่กับ ปลาเก๋านึ่งซอสขิง หรือ หอยเชลล์ผัดเนยกระเทียม จะเผยความละมุนของไวน์อย่างลงตัว
● ดินหินปูน Puligny-Montrachet ที่สร้างรสแร่และโครงสร้างสมบูรณ์แบบ
● ปรัชญา biodynamic ที่เคารพธรรมชาติอย่างแท้จริง
● รสสัมผัสที่งดงามขึ้นตามกาลเวลา — นุ่ม ลึก และสง่างามอย่างน่าทึ่ง
● Chateau Mouton Rothschild 2019 (Premiers Crus)

หนึ่งในไวน์ระดับตำนานของฝรั่งเศสจากเขต Pauillac ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความกล้าและความสง่างามในขวดเดียว Château Mouton Rothschild คือผลงานอันยิ่งใหญ่ของตระกูล Rothschild ผู้พลิกโฉมประวัติศาสตร์ Bordeaux จาก Second Growth สู่ First Growth ในปี 1973 — เหตุการณ์ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่ไวน์หนึ่งขวดเปลี่ยนสถานะด้วยพลังแห่งคุณภาพและความมุ่งมั่น
ปี 2019 ถือเป็นหนึ่งในวินเทจที่โดดเด่นที่สุดของ Mouton ในศตวรรษนี้ — โครงสร้างแน่นแต่สมดุล กลิ่นหอมของแบล็กเคอร์แรนท์ แบล็กเชอร์รี่ และใบยาสูบคลี่ตัวอย่างลึกซึ้ง ผสานโน้ตของดอกไวโอเลต ซีดาร์ และช็อกโกแลตเข้มราวกับบทเพลงที่เรียบเรียงอย่างประณีต แทนนินละเอียดแต่ทรงพลัง และจบยาวด้วยสัมผัสควันอ่อน ๆ จากถังไม้โอ๊คใหม่ 100% ที่บ่มกว่า 20 เดือน
เหมาะกับ สเต็กเนื้อวากิว, เนื้อแกะอบสมุนไพร, หรือชีสแข็งอย่างคองเต้และพาร์เมซาน สำหรับค่ำคืนที่ต้องการรสชาติแห่งความยิ่งใหญ่ และในอีกมุมหนึ่ง Mouton 2019 ยังเป็นไวน์ที่น่าจับตาสำหรับการบ่มในระยะยาว เพราะทุกชั้นรสชาติยังคงเติบโตและพัฒนาได้อีกหลายทศวรรษ
● วินเทจแห่งสมดุลระหว่างพลังและความละเอียด – หนึ่งในปีที่ดีที่สุดของ Mouton ในยุคใหม่
● รสชาติที่ลึกและซับซ้อน – Cabernet Sauvignon จาก Pauillac ที่เผยความหรูหราและกลิ่นเครื่องเทศอันทรงเสน่ห์
● เอกลักษณ์แห่งศิลปะและประวัติศาสตร์ – ทุกวินเทจมีฉลากที่ออกแบบโดยศิลปินระดับโลก ทำให้ Mouton เป็นทั้งไวน์และงานศิลป์ในเวลาเดียวกัน
● Dom Perignon Rose (Luminated Label)

แชมเปญรุ่น Rosé Luminous Label นี้คือการตีความใหม่ของความสง่างาม ด้วยการผสานพลังของ Pinot Noir และ Chardonnay จากไร่องุ่น Grand Cru และ Premier Cru ชั้นเยี่ยมใน Champagne รสชาติถูกหล่อหลอมจากการบ่มยาวนานกว่า 10 ปีบนตะกอนยีสต์ เพื่อสร้างเนื้อสัมผัสที่ลุ่มลึกและกลิ่นหอมซับซ้อนของราสป์เบอร์รี สตรอว์เบอร์รีสุก ซิตรัสหวาน และกลิ่นควันอ่อน ๆ จากการบ่มที่ประณีต ทุกจิบคือสมดุลระหว่างความสด ความแรง และความนุ่มละเมียดที่เป็นเอกลักษณ์ของ Dom Pérignon Rosé
Luminous Label เพิ่มความพิเศษด้วยฉลากที่ส่องแสงได้เมื่ออยู่ในความมืด — ดีไซน์เพื่อค่ำคืนของปาร์ตี้ ดินเนอร์สุดหรู หรือช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองที่ต้องการความโดดเด่นไม่เหมือนใคร นี่คือแชมเปญที่ไม่ได้เพียง “ดื่ม” แต่ “ปรากฏ” อย่างมีเสน่ห์ในทุกจังหวะของแสงและรส
เหมาะกับ อาหารทะเลพรีเมียม, แซลมอนรมควัน, ทูน่าทาทากิ, หรืออาหารเอเชียที่มีรสหวานเค็มกลมกล่อม ซึ่งช่วยขับความหอมของผลไม้และความมีชีวิตชีวาในแชมเปญให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
● รสสัมผัสลุ่มลึกและซับซ้อนจากการบ่มยาวนานกว่า 10 ปี
● ความหรูหราทั้งรสชาติและดีไซน์ – ฉลากเรืองแสงที่สร้างบรรยากาศเหนือระดับ
● สัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง – แชมเปญที่ผสานความหรูและความสนุกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ฉลาก Prestige อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Premium Wine แนะนำ
● Chateau Haut Bailly Grand Cru Classe 2016
ไวน์ชั้นเลิศจากเขต Pessac-Léognan ที่สะท้อนทั้งความสง่างามและพลังของ Bordeaux ได้อย่างสมดุล Château Haut-Bailly เป็นหนึ่งในไร่องุ่นเก่าแก่ที่สุดของภูมิภาค โดยมีรากเหง้าย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 15 และได้รับการยกย่องให้เป็น Grand Cru Classé de Graves ผลงานปี 2016 นี้คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของศิลปะแห่งการบ่มไวน์ในยุคใหม่ — คลาสสิกแต่ร่วมสมัย ลึกแต่ละเมียดในทุกจิบ
ไวน์เปิดด้วยกลิ่นของแบล็กเคอร์แรนท์ ลูกพลัมเข้ม และใบยาสูบ ก่อนจะคลี่สู่โน้ตของดอกไวโอเลต ช็อกโกแลต และเครื่องเทศจากถังไม้โอ๊คใหม่ราว 50% โครงสร้างแน่นแต่มีความนุ่มในปลายสัมผัส แทนนินละเอียดและสมดุลอย่างประณีต — ความเข้มและความสง่างามดำเนินไปพร้อมกันในจังหวะเดียว รสชาติสดใสแต่มีพลัง เหมาะสำหรับการดื่มตอนนี้ หรือจะเก็บบ่มต่อไปอีก 15–20 ปีก็ยิ่งเพิ่มความซับซ้อนและกลมกล่อมมากขึ้น
เหมาะกับ เนื้อย่างแบบฝรั่งเศส, เป็ดอบซอสไวน์แดง, หรือริซอตโตทรัฟเฟิล ซึ่งจะช่วยเปิดโครงสร้างของไวน์และขับกลิ่นเครื่องเทศออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ
● หนึ่งในไวน์ที่แสดงศักยภาพสูงสุดของปี 2016 — วินเทจสมบูรณ์ทั้งสภาพอากาศและคุณภาพผลผลิต
● สมดุลระหว่างพลังและความละเมียด — Cabernet Sauvignon และ Merlot ผสานกันอย่างมีศิลปะ
● เอกลักษณ์แห่ง Pessac-Léognan — กลิ่นควันหอมอ่อน ๆ และแทนนินละเอียดที่ยาวลึกเหนือกาลเวลา
● Chateau Lynch Bages AOC Pauillac 2018
หนึ่งในสัญลักษณ์ของไวน์ฝั่งซ้ายแห่ง Bordeaux ที่ผสานพลังและความสง่างามได้อย่างลงตัว Château Lynch-Bages ตั้งอยู่ในใจกลางเขต Pauillac — แหล่งกำเนิดของไวน์ที่ทรงพลังและมีอายุการบ่มยาวนานที่สุดในโลก ผลงานปี 2018 คือภาพสะท้อนของความสมบูรณ์แบบจากธรรมชาติและความแม่นยำของทีมผู้ผลิต ภายใต้การดูแลของตระกูล Cazes ที่สืบทอดศิลปะแห่งการทำไวน์มายาวนานหลายชั่วอายุคน
ไวน์เปิดตัวด้วยกลิ่นหอมเข้มของแบล็กเคอร์แรนท์ แบล็กเชอร์รี่ และดอกไวโอเลต ผสานกลิ่นซีดาร์ ยาสูบ และโกโก้จากการบ่มในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศสใหม่ราว 75% รสสัมผัสแน่นและกลมกล่อม แทนนินละเอียดแต่มีกำลัง โครงสร้างแข็งแรงแต่ไม่หยาบ — เป็นไวน์ที่แสดงพลังของ Cabernet Sauvignon ได้อย่างสมดุลกับความอ่อนนุ่มของ Merlot จบยาวด้วยรสควันไม้และกลิ่นเครื่องเทศอ่อน ๆ ที่คงอยู่บนปลายลิ้นอย่างน่าประทับใจ
เหมาะกับ สเต็กริบอายย่าง, เนื้อแกะอบสมุนไพร, หรือชีสแข็งอย่างคองเต้ ซึ่งช่วยขับความเข้มและกลิ่นควันของไวน์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และยังเป็นไวน์ที่สามารถเก็บบ่มต่อได้อีกหลายทศวรรษ เพื่อให้รสชาติเปิดชั้นใหม่ของความซับซ้อนและความลุ่มลึก
● วินเทจปี 2018 — หนึ่งในปีที่ดีที่สุดของ Pauillac ด้วยสภาพอากาศสมบูรณ์แบบ
● โครงสร้างแน่น ละเมียด และมีศักยภาพในการบ่มยาวนาน
● เอกลักษณ์แห่ง Lynch-Bages — พลังของ Cabernet Sauvignon ผสานความหรูหราของ Bordeaux อย่างไร้ที่ติ
● Chateau Clerc Milon 2020
ไวน์ชั้นเลิศจากเขต Pauillac ที่อยู่ภายใต้การดูแลของตระกูล Rothschild เช่นเดียวกับ Château Mouton Rothschild — แต่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ที่อ่อนโยนและร่วมสมัยกว่าเล็กน้อย Château Clerc Milon เป็นหนึ่งในไวน์ Fifth Growth ที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในยุคใหม่ ด้วยการผลิตที่ประณีตและการดูแลไร่องุ่นอย่างละเอียด ผลงานวินเทจ 2020 นี้คือการผสมผสานระหว่างความสด พลัง และความหรูหราที่ลงตัวในทุกมิติ
กลิ่นเปิดตัวด้วยโน้ตของแบล็กเคอร์แรนท์ เชอร์รี่ดำ และบลูเบอร์รี ผสานกลิ่นเครื่องเทศหวาน ดอกไวโอเลต และวานิลลาจาง ๆ จากถังโอ๊คฝรั่งเศสใหม่ราว 50% รสชาติเต็มแน่นแต่ไม่แข็งเกินไป — โครงสร้างชัดจาก Cabernet Sauvignon (ประมาณ 53%) ที่มอบพลังและความยาวลึก ขณะที่ Merlot และ Cabernet Franc เพิ่มมิติของความนุ่มละมุนและกลิ่นหอมซับซ้อน จบยาวด้วยสัมผัสผลไม้เข้มและกลิ่นควันบาง ๆ ที่สง่างามและมีชั้นเชิง
เหมาะกับ เนื้อวัวอบไวน์แดง, สเต็กเนื้อแกะ, หรือเป็ดย่างหนังกรอบ ที่มีความเข้มของรสชาติ เนื่องจากแทนนินและโครงสร้างของไวน์จะช่วยขับความมันและรสลึกของเนื้อออกมาได้อย่างกลมกล่อม และยังเป็นไวน์ที่สามารถเก็บบ่มต่อได้อีก 10–15 ปี เพื่อให้รสชาติคลี่ตัวอย่างงดงามยิ่งขึ้น
● การผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างพลังและความละเมียด — แสดงบุคลิกชัดของ Pauillac รุ่นใหม่
● กลิ่นผลไม้เข้มและเครื่องเทศที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของวินเทจ 2020
● ผลงานจากทีมเดียวกับ Mouton Rothschild ที่ยกระดับ Clerc Milon ให้กลายเป็นหนึ่งใน rising stars ของ Bordeaux
ฉลาก Premium อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Under 3000 Wine แนะนำ
● Penfolds Bin 389 Cabernet Sauvignon/Shiraz
ตำนานแห่งออสเตรเลียที่ได้รับฉายาว่า “Baby Grange” — เพราะเป็นไวน์ที่สะท้อนแนวทางการสร้างไวน์ระดับไอคอนของ Penfolds ได้อย่างครบถ้วน ทั้งความเข้ม พลัง และความหรูหราในสไตล์ออสเตรเลียนแท้
Bin 389 ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1960 โดย Max Schubert ผู้ให้กำเนิด Grange อันโด่งดัง เขาต้องการไวน์ที่สะท้อนทั้งพลังของ Cabernet Sauvignon และความกลมกล่อมของ Shiraz ในสัดส่วนที่ลงตัว การผสมผสานนี้ให้รสชาติที่ทั้งเข้ม ลุ่มลึก และดื่มได้ตั้งแต่ยังหนุ่ม หรือเก็บบ่มเพื่อรอความซับซ้อนที่งดงามในอีกหลายปีข้างหน้า
กลิ่นหอมของแบล็กเคอร์แรนท์ พลัม และช็อกโกแลตเข้ม ผสานกลิ่นเครื่องเทศ วานิลลา และควันเบาบางจากการบ่มในถังไม้โอ๊คอเมริกันที่เคยใช้ทำ Grange — มอบรสสัมผัสที่แน่น ละเมียด และมีความกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ จบยาวด้วยแทนนินเนียนละเอียดและกลิ่นโอ๊คหอมลึกที่อยู่ในความทรงจำ
เหมาะกับ เนื้อย่างแบบออสเตรเลีย, ซี่โครงแกะ, สเต็กริบอาย หรือเนื้อรมควัน ที่ต้องการไวน์เข้มข้นคอยรับรสไขมัน Bin 389 ยังจับคู่ได้ดีกับอาหารเอเชียรสเข้ม เช่น เป็ดย่างหรือเนื้อผัดซอสพริกไทยดำ — เพราะไวน์มีทั้งโครงสร้างและผลไม้ที่ช่วยขับรสให้น่าหลงใหลยิ่งขึ้น
● “Baby Grange” — ไวน์ที่ใช้ถังไม้โอ๊ครุ่นเดียวกับ Penfolds Grange อันโด่งดัง
● การผสมผสาน Cabernet และ Shiraz ที่ลงตัวระหว่างพลังและความนุ่ม
● รสชาติที่เติบโตงดงามเมื่อบ่ม — สมบูรณ์แบบทั้งสำหรับนักดื่มและนักสะสม
● Castello Banfi Brunello di Montalcino DOCG
ไวน์ที่เป็นหัวใจของแคว้นทัสคานี และเป็นสัญลักษณ์ของความงดงามเหนือกาลเวลาแห่งอิตาลี Castello Banfi คือผู้บุกเบิกที่ทำให้ Brunello di Montalcino ก้าวสู่เวทีโลก ด้วยแนวคิดที่ผสานความเคารพต่อธรรมชาติเข้ากับศาสตร์การทำไวน์สมัยใหม่อย่างลงตัว
ผลิตจากองุ่น Sangiovese Grosso 100% ที่ปลูกบนพื้นที่ลาดเนินทางตอนใต้ของเมือง Montalcino ซึ่งได้รับแสงแดดเต็มวันและลมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนพัดผ่าน ทำให้ผลองุ่นมีรสเข้มและโครงสร้างสมดุล ผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊คสลับขนาดกว่า 2 ปี ก่อนพักในขวดเพื่อให้รสชาติกลมกล่อมและนิ่งที่สุดก่อนออกจำหน่าย
กลิ่นเปิดด้วยแบล็กเชอร์รี่ พลัม และดอกไวโอเลต ผสานกลิ่นเครื่องเทศ แทนนินแน่นแต่นุ่มละเอียด รสชาติยาวลึกและซับซ้อน มีทั้งความสดของผลไม้และความอบอุ่นจากไม้โอ๊ค เป็นไวน์ที่เผยความสง่างามของ Brunello ได้อย่างสมบูรณ์ — ทรงพลังแต่ไม่แข็งกร้าว อ่อนโยนแต่มีบุคลิกชัด
เหมาะกับ สเต็กเนื้อริบอายย่าง, พาสต้าโบโลเนส, เห็ดทรัฟเฟิล หรือชีสพาร์เมซานอายุยาว เพื่อขับรสผลไม้และกลิ่นไม้โอ๊คให้โดดเด่น และยังเหมาะสำหรับการบ่มต่ออีก 10–15 ปี เพื่อเปิดมิติใหม่ของรสชาติที่ลึกและละเมียดกว่าเดิม
● เอกลักษณ์ของ Sangiovese Grosso จากใจกลาง Montalcino — กลมกล่อมและมีชีวิตชีวา
● ความสมดุลระหว่างพลังและความสง่างาม — Brunello ที่เข้าถึงได้แต่ยังคงระดับโลก
● ผลงานชิ้นเอกจาก Castello Banfi — ผู้ปฏิวัติไวน์ Brunello ให้กลายเป็นตำนานแห่งอิตาลี
● Veuve Clicquot Brut Yellow Label
แชมเปญสีทองแห่งความร่าเริงและความหรูหรา ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองทั่วโลก Veuve Clicquot Brut Yellow Label คือหัวใจของแบรนด์ที่สะท้อนปรัชญา “Only one quality, the finest” — คำกล่าวของ Madame Clicquot สตรีผู้ปฏิวัติวงการแชมเปญให้ก้าวสู่โลกสมัยใหม่
ไวน์ถูกสร้างจากการผสมผสานขององุ่นสามสายพันธุ์หลัก — Pinot Noir, Chardonnay และ Pinot Meunier ซึ่งมาจากไร่องุ่นกว่า 50 แห่งในแคว้น Champagne เพื่อสร้างรสชาติที่สมดุลระหว่างพลังและความละเอียดอ่อน กลิ่นหอมของแอปเปิลสุก มะนาวหวาน อัลมอนด์ และขนมปังบริยอชบ่งบอกถึงการบ่มยีสต์ที่ยาวนานกว่า 3 ปีในห้องใต้ดินของ Maison Clicquot รสสัมผัสสดใสแต่กลมกล่อม มีทั้งความเปรี้ยวละเมียดและความครีมที่ลงตัวในทุกจิบ
Veuve Clicquot Brut Yellow Label เหมาะสำหรับทุกช่วงเวลาแห่งความสุข — ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยง ค่ำคืนโรแมนติก หรือมื้ออาหารพิเศษ จับคู่ได้ดีกับ หอยนางรมสด, ซูชิ, ปลาแซลมอนรมควัน หรือชีสซอฟต์ครีม ที่ช่วยขับรสผลไม้และความมีชีวิตชีวาของแชมเปญให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
● เอกลักษณ์แห่ง Maison Clicquot – แชมเปญที่สะท้อนความกล้าและความประณีตของ Madame Clicquot
● ความสมดุลระหว่างพลังและความหรูหรา – Pinot Noir ให้โครงสร้าง, Chardonnay เพิ่มความสด และ Meunier มอบความนุ่มละมุน
● รสชาติที่เป็นตำนาน – สดใส ซับซ้อน และลงตัวในทุกจังหวะแห่งการเฉลิมฉลอง
Under 3000 Wine อื่น ๆ ที่น่าสนใจ






