10 Burgundy สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้น
ไวน์ที่คนรักไวน์ทั่วโลกพูดถึงมากที่สุดไม่ได้ราคาถูกที่สุด ไม่ได้ดื่มง่ายที่สุด และไม่ได้เข้าใจได้ทันทีตั้งแต่แก้วแรก แต่มันคือไวน์ที่เมื่อเริ่มเข้าใจแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่เคยมองกลับไปหาอะไรเดิมอีก Burgundy หรือ บูร์กอญ คือดินแดนนั้น — แคว้นเล็ก ๆ ทางตะวันออกของฝรั่งเศสที่ผลิตไวน์มาตั้งแต่ยุคที่พระในอาราม Benedictine และ Cistercian เป็นผู้ดูแลไร่ด้วยมือ บันทึกความแตกต่างของแต่ละแปลงดินอย่างพิถีพิถัน และสร้างรากฐานของสิ่งที่เราเรียกว่า Terroir มาจนถึงวันนี้
ปัญหาของ Burgundy สำหรับมือใหม่ไม่ได้อยู่ที่รสชาติ — มันอยู่ที่ความซับซ้อนของระบบ Appellation ที่มีมากกว่า 100 ชื่อ ผู้ผลิตหลายร้อยราย และชื่อหมู่บ้านที่บางครั้งฟังดูคล้ายกันจนงง แต่ Wine-Now เชื่อว่าทุกอย่างมีจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง รวมถึง 10 ขวดที่คัดมาในบทความนี้
Burgundy Wine คืออะไร และทำไมโลกถึงให้ความสำคัญ

Burgundy ผลิตไวน์สองสไตล์หลักที่โลกยกย่อง ได้แก่ ไวน์ขาวจาก Chardonnay และไวน์แดงจาก Pinot Noir ไวน์จากแคว้นนี้ได้รับการยกย่องเรื่องความสดชื่น พลังงาน และความซับซ้อน ไวน์ขาวมีตั้งแต่สไตล์ Steely และ Mineral ไปจนถึงแบบ Buttery และ Peachy ส่วนไวน์แดงมักมีกลิ่นหอมละเอียดและให้ความรู้สึก Ethereal ซึ่งต่างอย่างสิ้นเชิงจากไวน์แดงที่หนักและเข้มข้นอย่าง Bordeaux
หัวใจของ Burgundy อยู่ที่ Côte d'Or แนวเนินเขาที่ทอดยาวจากเมือง Dijon ลงมาทางใต้ แบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ Côte de Nuits ทางเหนือที่ขึ้นชื่อเรื่อง Pinot Noir ทรงพลังและอายุยืน โดยมี Grand Cru ถึง 24 แห่งรวมกัน และ Côte de Beaune ทางใต้ที่โดดเด่นด้วย Chardonnay ระดับโลก พร้อม Grand Cru ไวน์ขาวแทบทั้งหมดของ Burgundy นอกจากนี้ยังมี Chablis ทางเหนือสุดที่ให้ Chardonnay แบบ Mineral และ Steely, Côte Chalonnaise ที่ให้ความคุ้มค่า และ Mâconnais ทางใต้ที่เข้าถึงง่ายที่สุด
ระบบจัดชั้นของ Burgundy แบ่งออกเป็น 4 ระดับ เรียงจากกว้างไปหาแคบ ได้แก่ Regional Wines (52% ของการผลิต) ที่ใช้ชื่อ Bourgogne Rouge หรือ Bourgogne Blanc, Village Wines (37%) ที่ใช้ชื่อหมู่บ้านอย่าง Gevrey-Chambertin หรือ Meursault, Premier Cru (10%) จากแปลงพิเศษภายในหมู่บ้าน และ Grand Cru (1%) จากแปลงดินที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ยิ่งแคบลงเท่าไร ยิ่งสะท้อน Terroir เฉพาะตัวได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น — และราคาก็ยิ่งสูงขึ้นตามลำดับ
1. Maison Jaffelin Bourgogne Hautes-Cotes de Beaune Rouge

Maison Jaffelin ก่อตั้งในปี 1816 และเป็นหนึ่งในบ้านผลิตไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดและเล็กที่สุดในบรรดา Négociant ระดับยอดของ Burgundy ไวน์ทุกขวดบ่มในห้องใต้ดินของ Notre Dame Collegiate Church เมือง Beaune ที่มีอายุกว่า 800 ปี — พื้นที่ที่ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ แต่ให้อุณหภูมิและความชื้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับการบ่มไวน์
Hautes-Côtes de Beaune คือพื้นที่บนเนินเขาสูงด้านหลังของ Côte de Beaune อากาศเย็นกว่า ดินมีหินปูนสูง ทำให้ Pinot Noir ที่ได้มีความ Mineral และกลิ่นดอกไม้ที่โดดเด่นกว่า Regional Level ทั่วไป
คาแรคเตอร์: สดใสและมีชีวิต กลิ่นราสป์เบอร์รี่และมัลเบอร์รี่สด Tannin เบาบาง ดื่มง่าย ล้อมรอบด้วยความฉ่ำและเย้ายวน มีกลิ่นแร่ธาตุจาก Limestone ของที่สูงที่แยกมันออกจาก Bourgogne ระดับล่างอย่างชัดเจน
Pairing: Charcuterie และชีสนุ่ม เนื้อไก่ย่าง ปลาแซลมอนอบ | ไทย: ไก่ย่างสมุนไพร น้ำตกหมู ลาบเป็ด
2. Joseph Drouhin Laforet Bourgogne Pinot Noir

ในยุค 1970s Robert Drouhin ผู้เป็นบิดาของ Véronique ตั้งใจสร้างไวน์ขวดนี้ขึ้นมาเพื่อเป็น "the Burgundy to unveil Burgundy" — เขาเลือกองุ่นจากแปลงที่อยู่ใกล้ยอดเนิน ติดกับป่า และตั้งชื่อไวน์ว่า "Laforêt" ซึ่งแปลว่า "ป่า" ในภาษาฝรั่งเศส เพราะเขารักธรรมชาติ
ความพิเศษของ Laforêt คือการ Blend จากหลาย Appellation ใน Burgundy ที่คัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน Véronique Drouhin อธิบายว่า "Pinot Noir ของฉันมาจาก Côte Chalonnaise เพื่อความ Elegant และจากทางเหนือของ Côte de Nuits เพื่อความลึก — ด้วยโครงสร้างนี้ Laforêt คือไวน์ที่ซื่อสัตย์ และเราค้นพบลักษณะเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกปี"
คาแรคเตอร์: สีทับทิมสดใส กลิ่นผลไม้แดงอุดมสมบูรณ์ — ราสป์เบอร์รี่ เรดเคอร์แรนท์ สตรอว์เบอร์รี่ป่า บนเพดานปากผลไม้สดชื่น Tannin เบา กรดสดและ Elegant กลิ่นไม้โอ๊คจากถังแทรกซึมอยู่เบื้องหลังโดยไม่ครอบงำ
Pairing: ไก่ย่างสมุนไพร พาสต้าเพสโต้ Charcuterie เบา ๆ | ไทย: ไก่อบซีอิ๊ว ข้าวมันไก่ต้ม ลาบไก่รสอ่อน
3. Louis Jadot Bourgogne Couvent Des Jacobins Rouge

Louis Jadot ก่อตั้งในปี 1859 และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือที่สุดใน Burgundy โลโก้รูปหน้า Bacchus บนฉลากมาจากวันก่อตั้งในปี 1859 และยังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้ ชื่อ "Couvent des Jacobins" หมายถึงอารามของพระที่อยู่ใน Beaune — เป็นการอ้างอิงถึงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของ Burgundy ที่พระเป็นผู้บุกเบิกการทำไวน์ ได้ชื่อว่าเป็นไวน์ที่มีอยู่ในร้านอาหาร Michelin 3 ดาวของฝรั่งเศสถึง 19 แห่ง
องุ่นมาจากไร่หลายแห่งใน Côte d'Or รวมถึง Gevrey-Chambertin, Maranges, Hautes-Côtes de Beaune, Hautes-Côtes de Nuits และ Saône et Loire ทุก Lot หมักแยกกันในถังสแตนเลสก่อนนำมา Blend และบ่มในถังโอ๊คหรือสแตนเลส 8–10 เดือน
คาแรคเตอร์: กลิ่นหอมของเรดเคอร์แรนท์ เชอร์รี่ และกุหลาบแห้ง กรดที่ Balance ดี สัมผัส Tannin นุ่มและ Texture เหมือนกำมะหยี่ รสผลไม้ชัดเจนปิดด้วย Finish เครื่องเทศอ่อน ๆ ในวัยหนุ่ม Fruity และดื่มได้ทันที แต่พัฒนาเป็น Undergrowth และเครื่องเทศเมื่อบ่มนานขึ้น
Pairing: เนื้อแดงย่างหรืออบ เป็ดอบ ชีสนุ่ม | ไทย: เนื้อผัดน้ำมันหอย ไก่ผัดขิง ต้มข่าไก่
4. Louis Latour Bourgogne Pinot Noir

Louis Latour คือหนึ่งในบ้านผลิตไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของ Burgundy ก่อตั้งตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และยังคงอยู่ในมือของครอบครัว Latour มาจนถึงรุ่นที่ 10 ปัจจุบัน ความยาวนานนี้ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ มันคือการสั่งสมความรู้เรื่อง Terroir ที่ไม่มีใครสู้ได้
องุ่น Pinot Noir อายุเฉลี่ย 25 ปี ปลูกบนดิน Clay และ Limestone เก็บเกี่ยวด้วยมือ และควบคุมการออกผลให้ต่ำลงที่ 50 hl/ha เพื่อให้องุ่นแต่ละลูกมีความเข้มข้นและคุณภาพสูงสุด ความพิเศษของ Louis Latour อยู่ที่ความเชื่อว่าไวน์ที่ดีต้องสะท้อน Character ของ Pinot Noir จาก Burgundy อย่างแท้จริง — ไม่บิดเบือน ไม่แต่งเติม
คาแรคเตอร์: สีทับทิมอ่อน ๆ กลิ่นเชอร์รี่แดง แครนเบอร์รี่ ผิวส้มเล็กน้อยและกลิ่นดินจาก Terroir Burgundy แบบดั้งเดิม กรดสะอาด Tannin ละเอียด และ Finish ยาวพอให้รู้สึกถึงที่มาของไวน์ขวดนี้
Pairing: เนื้อวัวอบ เห็ดทรัฟเฟิล ชีสกลางแจ้งสไตล์ฝรั่งเศส | ไทย: เนื้อตุ๋นพะโล้ อกเป็ดผัดซอสเชอร์รี่ แกงเผ็ดรสอ่อน
5. Albert Bichot Bourgogne Pinot Noir “Origines”

ชื่อ "Origines" บอกทุกอย่าง — Albert Bichot ตั้งใจให้ Cuvée นี้เล่าเรื่องว่า Burgundy คือถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของ Pinot Noir องุ่นมาจากแปลงดินที่หลากหลายบน Calcareous Clay ที่มีทั้งระดับความสูงและทิศทางหน้าแตกต่างกัน ความหลากหลายของ Terroir นั้นเองที่ทำให้ไวน์มีความ Aromatic ซับซ้อนและเนื้อสัมผัสที่กลมกล่อม
Albert Bichot มีประวัติย้อนไปถึงปี 1214 และเป็นหนึ่งในบ้านที่หันมาทำ Organic Viticulture อย่างเต็มรูปแบบ บ่มในถังโอ๊ค 20% และถังอื่น ๆ อีก 80% นาน 10–12 เดือน เพื่อให้โอ๊คเพิ่มความซับซ้อนโดยไม่บดบังผลไม้
คาแรคเตอร์: สีทับทิมสดใส กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่และราสป์เบอร์รี่พร้อมกลิ่นดอกไม้บางเบา บนเพดานปากนุ่มนวล Tannin เหมือนผ้าไหม รสเชอร์รี่ แครนเบอร์รี่ และเครื่องเทศอ่อน ๆ ปิดด้วย Finish ที่มี Mineral นิดหน่อย
Pairing: เนื้อย่างหรืออบ เนื้อขาว ชีสบ่มปานกลาง | ไทย: หมูอบซอสผลไม้ ปีกไก่ย่างถ่าน ยำเนื้อสไตล์เบา ๆ
6.
7.
8.
9.
10.
