10 Classic Cabernet ที่ไม่ควรพลาด
ในบรรดาองุ่นทั้งหมดที่โลกรู้จัก มีเพียงไม่กี่พันธุ์ที่สามารถข้ามทวีป ข้ามวัฒนธรรม และข้ามรุ่น แล้วยังคงรักษาความยิ่งใหญ่ไว้ได้อย่างไม่สั่นคลอน Cabernet Sauvignon คือหนึ่งในนั้น และอาจเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่าองุ่นพันธุ์เดียวสามารถสะท้อนโลกทั้งใบได้อย่างไร ตั้งแต่ดินหินปูนของ Bordeaux ที่หล่อหลอมมันมาหลายศตวรรษ ไปจนถึงแสงแดดและดินภูเขาไฟของ Napa Valley ที่ดึงพลังออกมาในแบบที่ไม่มีที่ไหนเหมือน
แต่ในโลกที่มีไวน์ Cabernet Sauvignon ให้เลือกนับพันฉลาก คำถามที่ตามมาเสมอคือจะเริ่มต้นจากตรงไหน และอะไรคือขวดที่ควรรู้จักก่อนขวดอื่น คำตอบนั้นไม่ได้อยู่ที่ราคาสูงที่สุดหรือคะแนนรีวิวมากที่สุดเสมอไป แต่อยู่ที่ขวดที่บอกเล่าเรื่องราวของ Cabernet ได้ครบถ้วนและชัดเจนที่สุดในทุกมิติ ทั้งโครงสร้าง บุคลิก Terroir และปรัชญาของผู้ผลิตที่ฝังอยู่ในทุกหยด
และนี่คือ 10 Cabernet Sauvignon ที่ถือได้ว่าเป็น Classic ในนิยามที่กว้างที่สุด ครอบคลุมทั้งโลกเก่าและโลกใหม่ ทั้งตำนานที่สะสมมาหลายทศวรรษและขวดที่เพิ่งพิสูจน์ตัวเองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ทุกขวดล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือความสามารถในการทำให้คนดื่มหยุดนิ่งและถามตัวเองว่า "ทำอย่างไรถึงได้เป็นแบบนี้"
1. Chateau Lafite-Rothschild 2020

ถ้าโลกของไวน์มีราชาอยู่ขวดหนึ่ง ชื่อนั้นคือ Lafite แห่ง Pauillac ที่สืบทอดความยิ่งใหญ่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และยังคงเป็นชื่อแรกที่ทุกคนในวงการนึกถึงเมื่อพูดถึง Bordeaux ระดับสูงสุด วินเทจ 2020 เกิดขึ้นในปีที่ฤดูกาลอบอุ่นและแห้งกว่าปกติ ให้ผลองุ่นที่สุกงอมอย่างสมบูรณ์แบบและมีความเข้มข้นที่หาได้ยากในหลายทศวรรษ
กลิ่นเปิดด้วยผลไม้แดงสุกอย่างกระเจี๊ยบและราสพ์เบอร์รี่ ตามด้วยซีดาร์ ดินชื้น และกลิ่นดินสอที่เป็นเอกลักษณ์ของ Pauillac เนื้อไวน์ละเอียดและสง่างาม แทนนินที่แน่นแต่ไม่กระด้าง Finish ยาวนานและซับซ้อนอย่างที่ไม่มีคำใดอธิบายได้ครบถ้วน Drinking Window ที่ดีที่สุดอยู่ที่ปี 2030–2060
Pairing: เนื้อแกะอบสมุนไพรโรสแมรี่, สเต๊กเนื้อวากิวหรือ Charolais, เป็ดย่างซอสไวน์แดงลดเข้มข้น หรือชีสแข็งอายุยาวอย่าง Comté และ Aged Gouda
2. Chateau Margaux 2021

สำหรับไวน์ที่นักวิจารณ์ใช้คำว่า "สมบูรณ์แบบ" บ่อยที่สุด ขวดนั้นมักเป็น Margaux เสมอ ชาโตแห่ง Appellation เดียวกับชื่อตัวเองนี้ตั้งอยู่บน Gravel ที่ระบายน้ำได้ดีที่สุดในเมดอก และวินเทจ 2021 คือหนึ่งในปีที่พิสูจน์ว่าความประณีตของ Margaux ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความร้อนหรือความเข้มข้นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสมดุลที่หาไม่ได้จากที่ไหน
ดอกไวโอเล็ต กุหลาบแดง และผลไม้แดงสดอย่างเชอร์รี่และพลัมโผล่มาในกลิ่นแรก ก่อนที่ความซับซ้อนจะค่อยๆ เผยชั้นของหนังสัตว์อ่อน ดิน Truffle และควันอ่อนๆ เนื้อไวน์ไหลลื่นและกลมกล่อมอย่างยากจะเชื่อว่าอายุยังน้อย แทนนินละเอียดราวกับผ้าไหมและ Finish ที่ยาวนานจนน่าประหลาดใจ Drinking Window ที่ดีที่สุดอยู่ที่ปี 2031–2055
Pairing: เนื้อนกพิราบย่าง, เนื้อลูกวัวอบกับสมุนไพร, ปลาแซลมอนย่างซอสเนย, เห็ด Truffle, หรือชีส Brie de Meaux ที่สุกงอมพอดี
3. Chateau Mouton Rothschild 2017 (Premiers Crus)

Mouton คือชาโตที่มีบุคลิกชัดเจนที่สุดในบรรดา Premiers Crus ทั้งห้า ถ้า Lafite คือความสง่างาม และ Margaux คือความประณีต Mouton คือพลังและความกล้าที่ไม่มีข้อโต้แย้ง Philippe de Rothschild ผู้ก่อตั้งเคยกล่าวว่า "Premier je suis, Second je fus, Mouton ne change" (ข้าคือที่หนึ่ง เคยเป็นที่สอง Mouton ไม่เคยเปลี่ยน) และนั่นคือปรัชญาที่ฝังอยู่ในทุกวินเทจที่ออกมา วินเทจ 2017 เกิดในปีที่ท้าทายด้วยน้ำค้างแข็งในช่วงต้น แต่ Mouton พิสูจน์ตัวเองด้วยการสร้างไวน์ที่มีความเข้มข้นและโครงสร้างอย่างน่าทึ่ง
แบล็คเคอร์แรนต์เข้มข้น มะกอกดำ ดินสอกราไฟต์ และกลิ่นซีการ์บ็อกซ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mouton เนื้อไวน์หนักและเต็มปากกว่า Premiers Crus อื่นในกลุ่มเดียวกัน แทนนินแน่นและยังต้องการเวลาอีกหลายปี แต่ Finish ของแร่ธาตุและผลไม้เข้มที่ยาวนานบอกว่าการรอคราวนี้คุ้มค่า Drinking Window ที่ดีที่สุดอยู่ที่ปี 2028–2050
Pairing: สเต๊กเนื้อ Prime Rib, เนื้อแกะ Rack อบกระเทียม, เป็ดย่างซอสพลัม, ชีส Roquefort หรือ Aged Manchego
4. Opus One Vintage 2018

Opus One ไม่ใช่ไวน์จากฝรั่งเศส แต่เป็นไวน์ที่เกิดจากความฝันของสองโลกที่มาบรรจบกัน Baron Philippe de Rothschild แห่ง Mouton และ Robert Mondavi แห่ง Napa Valley ตั้งใจสร้างไวน์ที่รวมปรัชญาของ Bordeaux Blend เข้ากับดินและแสงแดดของ Napa ผลลัพธ์ที่ได้คือชื่อที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Napa Cabernet ระดับสูงสุด วินเทจ 2018 เป็นหนึ่งในปีที่ดีที่สุดของ Napa ในรอบทศวรรษ อุณหภูมิที่สมดุลและฝนที่พอเหมาะให้ผลองุ่นที่สมบูรณ์ทั้งความสุกและความเป็นกรด
มีคาแรคเตอร์ของแบล็คเคอร์แรนต์สุก บลูเบอร์รี่เข้ม ช็อกโกแลตดำ และกลิ่นโอ๊คละเอียดที่ผสมเข้ากับผลไม้ได้อย่างกลมกล่อม เนื้อไวน์เต็มและมี Body ที่ชัดเจนแบบ Napa แต่ยังคงความสง่างามของ Bordeaux Blend ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง Finish ยาวนานพร้อมกลิ่นแร่ธาตุและผลไม้แห้งที่ค้างอยู่นานกว่าที่ควร Drinking Window ที่ดีที่สุดอยู่ที่ปี 2026–2045
Pairing: Prime Rib อบสมุนไพร, สเต๊ก Tomahawk, เนื้อแกะย่างซอสสมุนไพร, ชีส Aged Cheddar หรือ Gruyère, หรือแม้แต่เนื้อย่างจิ้มแจ่วสไตล์ไทยที่มีความเข้มข้นพอรับกับ Body ของไวน์
5. Shafer Hillside Select Cabernet Sauvignon 2018

ถ้า Opus One คือ Napa ที่โลกรู้จัก Shafer Hillside Select คือ Napa ที่นักสะสมรักในความเงียบ ครอบครัว Shafer บุกเบิกพื้นที่บนเนินเขา Stags Leap District มาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 และ Hillside Select คือการแสดงออกสูงสุดของความเชื่อที่ว่าองุ่นที่ปลูกบนความลาดชันให้ความเข้มข้นและโครงสร้างที่พื้นราบไม่สามารถให้ได้ การที่ผลิตได้เพียงปีละ 2,500 ลัง และต้องการการบ่มในถังโอ๊คใหม่นาน 32 เดือนก่อนบรรจุขวด คือสิ่งที่บอกว่าขวดนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่รีบ
มากับรสสัมผัสของแบล็คเชอร์รี่สุก พลัมเข้ม ดาร์กช็อกโกแลต กลิ่นโอ๊คที่ผสานกับผลไม้อย่างไร้รอยต่อ และ Finish ที่มีชั้นของแร่ธาตุจากดิน Volcanic Soil บนเนิน Stags Leap เนื้อไวน์เต็มและหนักแน่น แทนนินสมบูรณ์และสะอาด ให้ความรู้สึกเหมือนไวน์ที่พร้อมกว่า Bordeaux ในอายุเท่ากัน แต่ยังคงศักยภาพการเก็บที่ยาวนาน Drinking Window ที่ดีที่สุดอยู่ที่ปี 2026–2042
Pairing: สเต๊ก Ribeye ย่างถ่าน, เนื้อ Wagyu อบ, เบอร์เกอร์เนื้อพรีเมียม, ชีส Aged Gouda หรือ Sharp Cheddar หรือแม้แต่เนื้อย่างซอสบาร์บีคิวที่ Rich และ Smoky
6.
7.
8.
9.
10.
