10 Sauvignon Blanc สำหรับซัมเมอร์นี้
อากาศแบบนี้ สิ่งที่เราต้องการอาจเป็นเพียงไวน์ที่แค่เทลงแก้วก็รู้สึกได้ถึงความเย็น สด และโล่งในทันที ไม่ใช่ไวน์ที่ต้องนั่งคิดนาน ไม่ใช่ไวน์ที่ต้องการบรรยากาศพิเศษ แต่เป็นไวน์ที่เปิดมาแล้วรู้เลยว่าเลือกถูก
Sauvignon Blanc คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับซัมเมอร์ไทย ด้วยความเป็นพันธุ์องุ่นที่มีกรดสูงตามธรรมชาติ กลิ่นผลไม้เขตร้อนที่สดใส ตั้งแต่มะนาว เกรปฟรุต พาสชันฟรุต ไปจนถึงกลิ่นหญ้าสดและดอกไม้บาง ๆ ที่ทำให้ทุกแก้วรู้สึกเหมือนมีลมพัดผ่าน สิ่งที่น่าสนใจคือ Sauvignon Blanc จากแต่ละแหล่งผลิตพูดคนละภาษา — New Zealand ที่ให้สัมผัสของผลไม้เขตร้อนระเบิดออกมา และความสดแบบที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ ขณะที่ Chile และ Australia ตีความพันธุ์เดียวกันออกมาในแบบที่เข้าถึงง่ายกว่า แต่ไม่ได้น้อยหน้ากันในเรื่องความอร่อย
รายการนี้รวบรวม Sauvignon Blanc ที่เหมาะกับทุกโอกาสของซัมเมอร์นี้ไว้ครบ ตั้งแต่ขวดที่เหมาะกับมื้อกลางวันริมสระ ไปจนถึงขวดที่เหมาะกับโต๊ะอาหารทะเลย่างในคืนร้อน ๆ ที่ไม่อยากให้จบเร็วเกินไป
ทำไมซัมเมอร์ไทย ต้อง Sauvignon Blanc

สิ่งที่ทำให้ Sauvignon Blanc เข้ากับซัมเมอร์ไทยได้ดีกว่าไวน์ขาวพันธุ์อื่นคือโครงสร้างของมันเองที่ออกแบบมาเพื่ออากาศร้อนโดยธรรมชาติ ความกรดสูงที่เป็นเอกลักษณ์ของพันธุ์นี้ทำหน้าที่เหมือนมะนาวบีบลงในอาหาร — มันตัดความมัน ล้างเพดานปาก และทำให้อยากกินต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกอิ่มหรืออึดอัด ในอุณหภูมิที่ร่างกายสูญเสียน้ำตลอดเวลาแบบนี้ ไวน์ที่มีความสดและกรดสะอาดคือสิ่งที่ร่างกายตอบรับได้ดีกว่าไวน์ที่หนักและมีแทนนินสูง
และถ้าพูดถึงเรื่องอาหาร Sauvignon Blanc คือไวน์ขาวที่ทำงานได้กว้างที่สุดบนโต๊ะอาหารไทย กลิ่นสมุนไพรและความสดของพันธุ์นี้ไปในทิศทางเดียวกับตะไคร้ ใบมะกรูด และผักชีที่อยู่ในอาหารบ้านเราอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นยำ ลาบ ผัดฉ่า หรืออาหารทะเลในทุกรูปแบบ ความกรดของไวน์รับกับรสเปรี้ยวของมะนาวในจาน และความสดของคาแรคเตอร์ผลไม้ ช่วยดึงความหวานของเนื้อสัตว์ทะเลออกมาได้อย่างที่ไม่มีไวน์ขาวพันธุ์ไหนทำได้ดีกว่า
1. Cloudy Bay Sauvignon Blanc

มีไวน์บางขวดที่เปลี่ยนแผนที่โลกไวน์ไปตลอดกาล Cloudy Bay คือหนึ่งในนั้น เมื่อขวดแรกออกสู่ตลาดในปี 1985 จาก Marlborough นิวซีแลนด์ โลกไวน์ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะมันพิสูจน์ให้เห็นว่า Sauvignon Blanc สามารถมีความระเบิดของผลไม้เขตร้อน ความสด และความซับซ้อนได้พร้อมกันในขวดเดียว โดยไม่จำเป็นต้องอ้างอิง Loire Valley เป็นมาตรฐาน
คาแรคเตอร์ของ Cloudy Bay คือความสดที่มีน้ำหนัก — กลิ่นพาสชันฟรุต เกรปฟรุต และมะนาวแป้นที่ชัดเจน ตามด้วยกลิ่นหญ้าสดและดอกไม้ขาวอ่อน ๆ ที่ทำให้ไม่ได้เป็นแค่ไวน์ผลไม้ธรรมดา ความกรดที่สดชื่นพาให้ทุกอมรู้สึกมีชีวิตชีวา และ Finish ที่ยาวพอให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ไวน์ที่ผลิตมาเพื่อขายชื่อเฉย ๆ
Pairing ที่เข้ากันได้ดีที่สุดคืออาหารทะเลสด ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมที่บีบมะนาวแล้วกินทันที กุ้งแช่น้ำปลา หรือปลาดิบสไตล์ญี่ปุ่น ความกรดของไวน์ช่วยตัดความมันและดึงความหวานของเนื้อสัตว์ทะเลออกมาได้อย่างที่ไวน์ขาวขวดอื่นทำได้ยาก
2. Villa Maria Private Bin Sauvignon Blanc

Villa Maria เป็นชื่อที่คนนิวซีแลนด์ภูมิใจ และมีเหตุผลที่ดีพอสำหรับเรื่องนั้น ไวน์เรือธงอย่าง Private Bin Sauvignon Blanc จาก Marlborough ทำสิ่งที่ยากมากได้อย่างสม่ำเสมอ — คือการรักษาคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้โดยไม่ยอมลดมาตรฐานให้กับตลาด Sir George Fistonich ผู้ก่อตั้งสร้างปรัชญาของโรงไวน์บนความเชื่อที่ว่าไวน์ดีไม่ควรเป็นสิทธิพิเศษของคนกลุ่มเล็ก และ Private Bin คือหลักฐานที่จับต้องได้ของปรัชญานั้น
กลิ่นของ Villa Maria Private Bin เปิดมาด้วยความสดของส้มโอและมะนาว ตามด้วยพาสชันฟรุตและสับปะรดอ่อน ๆ ที่ทำให้รู้สึกถึง Marlborough ได้ทันที ความกรดสะอาดและ Body ที่เบาทำให้ดื่มได้สบายในอากาศร้อน โดยไม่รู้สึกหนักหรืออิ่มเร็ว
Pairing ที่ลงตัวคืออาหารไทยที่มีกลิ่นสมุนไพรชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นลาบปลา ยำมะม่วง หรือผัดฉ่าอาหารทะเล ความกรดของไวน์รับกับรสเปรี้ยวของมะนาวในจานได้อย่างเป็นธรรมชาติ และความสดของ Botanicals ในไวน์ก็ไปในทิศทางเดียวกับสมุนไพรในอาหารได้อย่างน่าแปลกใจ
3. Greywacke Sauvignon Blanc

Kevin Judd คือชื่อที่คนในวงการ Marlborough รู้จักดี ในฐานะอดีต Chief Winemaker ของ Cloudy Bay ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของไวน์นั้นมายาวนานหลายทศวรรษ เมื่อเขาตัดสินใจออกมาสร้างโรงไวน์ของตัวเองในชื่อ Greywacke คำถามที่ทุกคนถามคือมันจะดีแค่ไหน และคำตอบที่ได้กลับมาคือดีกว่าที่หลายคนคาดไว้มาก
Greywacke เป็น Sauvignon Blanc ที่มีความซับซ้อนมากกว่าขวดส่วนใหญ่ในราคาใกล้เคียงกัน กลิ่นเปิดด้วยความเข้มของ Passionfruit และ Citrus Zest ที่ชัดเจน ตามมาด้วย Texture ที่มีน้ำหนักกว่าปกติเล็กน้อย เพราะบางส่วนผ่านการหมักใน Old Oak ที่เพิ่มความลึกโดยไม่ทิ้งรสไม้ไว้ในไวน์ ความกรดสูงและ Finish ที่ยาวกว่าคู่แข่งทำให้มันรู้สึกเหมือนได้ไวน์สองขวดในราคาขวดเดียว
Pairing ที่เหมาะที่สุดคืออาหารที่มีความมันและความซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอนย่างกับซอสสมุนไพร ปูผัดผงกะหรี่ หรือแม้แต่ Goat Cheese Salad ที่ความเปรี้ยวของชีสและความสดของไวน์ดึงกันออกมาได้อย่างลงตัว
4. Craggy Range Te Muna Sauvignon Blanc Martinborough

ขณะที่ Marlborough ครองตลาด Sauvignon Blanc ของนิวซีแลนด์อย่างชัดเจน Martinborough คือแหล่งผลิตที่คนในวงการพูดถึงกันด้วยความสนใจเป็นพิเศษ อากาศที่เย็นกว่า ดินที่แตกต่าง และ Growing Season ที่ยาวนานกว่าทำให้ไวน์จากที่นี่มีมิติที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง และ Craggy Range Te Muna คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของสิ่งที่ Martinborough ทำได้
Te Muna ให้ Sauvignon Blanc ที่สงบกว่าและลึกกว่า กลิ่นผลไม้เขตร้อนยังอยู่แต่เบาลง แทนที่ด้วยกลิ่น White Peach กระดานชนวน และดอกไม้ขาวที่สะอาดซึ่งบอกเล่าถึงดินและภูมิอากาศของ Vineyard อย่างชัดเจน Texture ในปากมีน้ำหนักและความครีมมี่ที่ผิดความคาดหมายสำหรับ Sauvignon Blanc และ Finish ที่ยาวและแร่ธาตุทิ้งความประทับใจไว้นานกว่าที่คิด
Pairing ที่เหมาะคืออาหารที่มีความละเอียดอ่อน ปลากะพงนึ่งมะนาว ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ หรือแม้แต่ Risotto ทะเลที่ความครีมมี่ของจานและไวน์เดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างสวยงาม
5. Matua Sauvignon Blanc

Matua มีเรื่องเล่าที่ควรค่าแก่การรู้ไว้ เพราะโรงไวน์นี้คือผู้บุกเบิก Sauvignon Blanc ใน Marlborough ตั้งแต่ปี 1974 ก่อนที่ใครจะรู้ว่า Marlborough จะกลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิต Sauvignon Blanc ที่ดีที่สุดในโลก Bill และ Ross Spence สองพี่น้องผู้ก่อตั้งปลูกองุ่น Sauvignon Blanc ชุดแรกในแวดวงที่ตอนนั้นยังไม่มีใครมั่นใจว่าจะได้ผล และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือประวัติศาสตร์ของโลกไวน์ที่ทุกคนรู้ดี
Matua ในปัจจุบันคือ Sauvignon Blanc ที่เข้าถึงง่ายและน่าเชื่อถือที่สุดในบรรดาชื่อจาก Marlborough กลิ่นผลไม้เขตร้อนที่สด ความกรดที่สะอาด และ Finish ที่กระชับทำให้มันเป็นขวดที่เลือกได้ทุกโอกาสโดยไม่ต้องคิดมาก
Pairing ที่ดีที่สุดคืออาหารที่กินกับเพื่อนในบรรยากาศชิล ๆ ไม่ว่าจะเป็นสลัดทะเล ผักนึ่งน้ำพริก หรือแม้แต่ส้มตำที่ความสดและกรดของไวน์รับกับรสจัดของอาหารได้อย่างสบายใจ
6.
7.
8.
9.
10.
