5 Wine Hack บนโลกออนไลน์ ที่ Sommelier ไม่แนะนำ
คุณเคยเห็นคลิปบนโซเชียลที่บอกว่า "Wine Hack ที่ทุกคนควรรู้" แล้วรู้สึกสงสัยไหมว่ามันใช้ได้จริงหรือเปล่า? บางคลิปดูดี ทำง่าย ได้ผลเร็ว และมียอดวิวนับล้าน แต่ถ้าคุณลองทำตามกับไวน์ขวดที่คุณรัก ผลลัพธ์อาจไม่ได้เหมือนในคลิปเลย
ในฐานะคนที่ทำงานด้านไวน์มานาน เราเห็น Wine Hack ต่าง ๆ เกิดขึ้นเป็นประจำ บางทีมันก็เป็นเพียงความเข้าใจผิด บางทีก็เป็นการตีความวิทยาศาสตร์แบบผิด ๆ หรือบางทีก็แค่อยากได้วิวและไลก์ วันนี้เรามาดูกัน 5 Wine Hack ยอดฮิตที่คุณไม่ควรทำตาม และเราจะบอกทางเลือกที่ดีกว่าด้วย
1. แช่ไวน์แดงในช่องแช่แข็งให้ "เย็นเร็ว ดื่มสดชื่น"

คลิปบนโซเชียลบอกว่าถ้าไวน์แดงของคุณอุ่นเกินไป แค่เอาใส่ช่องแช่แข็ง 10-15 นาที ก็เย็นพอดี ดื่มสดชื่น ดูง่าย เร็ว และแก้ปัญหาได้ทันที โดยเฉพาะในประเทศร้อนอย่างไทยที่ไวน์แดงมักอุ่นเร็ว
การแช่ช่องแช่แข็งโดยไม่ควบคุมเวลาทำให้ไวน์แดงเย็นเกินจุดที่เหมาะสม อุณหภูมิที่เหมาะกับไวน์แดงคือประมาณ 15-18°C แต่ช่องแช่แข็งเย็นกว่านั้นมาก ถ้าลืมเอาออก ไวน์อาจเย็นจนต่ำกว่า 10°C หรือแย่กว่านั้น เริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็ง ผลคือกลิ่นผลไม้ถูกกดลง แทนนินรู้สึกแข็งและขม โครงสร้างของไวน์หายไป และที่แย่ที่สุดคือถ้าไวน์เริ่มแข็งตัว มันอาจเสียถาวร เพราะน้ำแข็งจะขยายตัวและทำลายสมดุลของไวน์
วิธีที่แนะนำจริง ๆ ควรแช่ไวน์ในตู้เย็นช่องธรรมดา 15-30 นาที หรือถ้าต้องการเร็วกว่า ใช้วิธีแช่ขวดในถังน้ำเย็นผสมน้ำแข็งและเกลือนิดหน่อย (เกลือช่วยลดอุณหภูมิน้ำ) แช่ประมาณ 10 นาที แล้วตั้งนาฬิกาเตือนเพื่อไม่ให้ลืม วิธีนี้ควบคุมอุณหภูมิได้ดีกว่าและปลอดภัยกว่า
2. ปั่นไวน์ใน Blender เพื่อ "เร่งการ Decant"

การ Decant ปกติต้องรอ 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง แต่คลิปบอกว่าแค่เทไวน์ใส่เครื่องปั่น ปั่น 30 วินาที ก็ได้ผลเหมือนกัน เร็ว แรง และได้ผลในไม่กี่วินาที ดูน่าตื่นเต้นและประหยัดเวลา
แต่การปั่นทำให้ไวน์ออกซิไดซ์รุนแรงเกินควบคุม Decant ที่ถูกต้องคือการปล่อยให้ไวน์สัมผัสอากาศอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้กลิ่นหอมค่อย ๆ เปิดออกมา และให้แทนนินนุ่มลง แต่การปั่นด้วยเครื่องปั่นทำให้อากาศเข้าไปมากเกินไปและรวดเร็วเกินไป กลิ่นบางตัว โดยเฉพาะกลิ่นละเอียดอ่อนของไวน์เก่าหรือไวน์พรีเมียม จะหายไปทันที ที่เหลือคือรสชาติแบนราบและขาดมิติ Decant มีไว้เพื่อ "ค่อย ๆ เปิด" ไม่ใช่ "บังคับเปิด" การปั่นไวน์เหมือนกับการพยายามเร่งกระบวนการธรรมชาติที่ควรใช้เวลา
ถ้าไม่มีเวลารอนาน ลองใช้ aerator หรือเทไวน์ใส่ decanter แล้วหมุนเบา ๆ 2-3 ครั้ง รอ 15-20 นาที ก็จะได้ผลดีกว่าการปั่นมาก หรือถ้าจริง ๆ แล้วรีบมาก ก็เลือกไวน์ที่ไม่ต้อง decant มาดื่มดีกว่า
3. ใส่เหรียญเงิน / ช้อนเงิน เพื่อลดกลิ่นกำมะถัน

บางครั้งไวน์มีกลิ่น Sulfur (กำมะถัน) ที่คล้ายยางไหม้ คลิปบอกว่าแค่ใส่เหรียญเงินหรือช้อนเงินลงในแก้วไวน์ เงินจะทำปฏิกิริยากับกำมะถันและทำให้กลิ่นหายไป ดูเป็นวิทยาศาสตร์และทำง่าย
ในความเป็นจริง ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าเงินช่วยแก้กลิ่น Sulfur ได้อย่างมีนัยสำคัญ บางกรณีอาจดูเหมือนได้ผล แต่ก็เป็นเพราะไวน์สัมผัสอากาศมากขึ้นเมื่อเรากวนหรือรอ ไม่ใช่เพราะเงิน นอกจากนี้การใส่เหรียญหรือช้อนที่ไม่สะอาดลงในไวน์ยังเสี่ยงปนเปื้อนโลหะ สารเคลือบ หรือแบคทีเรีย ซึ่งอาจทำให้ไวน์มีรสชาติแปลก ๆ หรือไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ
สิ่งที่คุณควรทำ คือปล่อยให้ไวน์สัมผัสอากาศ 10-15 นาที หรือเทไวน์ลงใน decanter แล้วเทกลับเข้าขวดและเทออกมาใหม่ (เรียกว่า double decanting) ถ้ายังไม่หาย ลองเปลี่ยนแก้ว บางครั้งกลิ่นอาจมาจากแก้วที่ไม่สะอาด และที่สำคัญ ถ้าไวน์มีกลิ่น Sulfur รุนแรงมาก อาจหมายความว่าไวน์มีปัญหาตั้งแต่การผลิต ควรคืนหรือเปลี่ยนขวดใหม่
4. เก็บไวน์ที่เปิดแล้วโดย "คว่ำขวด"

คลิปบอกว่าการคว่ำขวดไวน์ที่เปิดแล้วช่วยลดการสัมผัสอากาศ เพราะอากาศจะลอยขึ้นด้านบน (ที่เป็นก้นขวดตอนคว่ำ) ทำให้ไวน์คงสภาพได้นานขึ้น ดูมีเหตุผลและทำง่าย
ถึงอย่างนั้น อากาศก็ยังอยู่ในขวดอยู่ดี ไม่ว่าจะวางตั้งหรือคว่ำ ปริมาณอากาศไม่ได้ลดลง แถมการคว่ำขวดทำให้ไวน์สัมผัสกับฝาขวดหรือจุกมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดกลิ่นแปลกจากจุก โดยเฉพาะถ้าจุกไม่สะอาดหรือเริ่มเสื่อมสภาพ นอกจากนี้การคว่ำขวดยังเสี่ยงทำให้ไวน์รั่วหกได้ง่าย
แทนที่จะทำแบบนั้น ปิดจุกแน่นแล้วเก็บขวดในตู้เย็นช่องธรรมดา (ไม่ใช่ช่องแช่แข็ง) การแช่เย็นช่วยชะลอการออกซิเดชั่น หรือถ้าอยากได้ผลดีกว่า ใช้ vacuum stopper ที่ดูดอากาศออกจากขวด หรือใช้ Wine Preserver ที่ฉีดแก๊สเฉื่อย (เช่น อาร์กอน) เข้าไปแทนอากาศ วิธีเหล่านี้ช่วยรักษาไวน์ได้ 3-5 วันหลังเปิด
5. ใส่ผลไม้หรือไซรัปลงในไวน์ดี ๆ เพื่อเพิ่มรส

คลิปแนะนำให้ใส่ผลไม้สด สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม มะนาว หรือแม้แต่ไซรัปลงในไวน์ บอกว่าเพิ่มรสชาติ สีสวย ดื่มง่าย ถ่ายคลิปได้สวย และดูเป็นไอเดียสร้างสรรค์
นี่ไม่ใช่ Wine Hack แต่คือการกลบไวน์ โดยเฉพาะไวน์คุณภาพที่มีบาลานซ์ของรสหวาน เปรี้ยว ขม และแทนนินอยู่แล้วอย่างลงตัว การใส่ผลไม้หรือไซรัปลงไปทำให้สมดุลนั้นพัง คุณจะได้เครื่องดื่มที่หวานเกิน เปรี้ยวเกิน หรือมีรสชาติปะปนไม่ลงตัว ถ้าเป็นไวน์ธรรมดาราคาไม่แพงก็อาจไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นไวน์ดี ๆ ที่คุณจ่ายเงินไปพันกว่าบาท การใส่ผลไม้ลงไปคือการทำลายสิ่งที่ winemaker ใช้เวลาหลายปีสร้างขึ้นมา
ถ้าคุณชอบดื่มไวน์ผสมผลไม้ ให้เลือกไวน์ที่ตั้งใจทำมาเพื่อ Sangria หรือ Wine Spritzer ตั้งแต่แรก มักเป็นไวน์ราคาไม่แพง มีรสชาติเรียบง่าย และออกแบบมาให้ผสมได้ดีกว่า อย่าทำลายความสมดุลที่มีอยู่แล้ว
ทำไม Wine Hack ถึงดูดีบนโซเชียล แต่ไม่ใช่ในชีวิตจริง?
Wine Hack บนโซเชียลมีเดียมักออกแบบมาเพื่อ:
● เห็นผลเร็ว - ไม่มีใครอยากดูคลิปยาว 30 นาทีเพื่อรอผล
● ถ่ายคลิปสวย - ภาพสวย มีแอคชั่น มีดราม่า ได้วิว
● เข้าใจง่าย - ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องมีความรู้พื้นฐาน
แต่ไวน์เป็นเรื่องของรายละเอียด เวลา และความเข้าใจในวิทยาศาสตร์เบื้องหลัง สิ่งที่ดูง่ายและเร็วบนคลิป อาจทำลายไวน์ที่คุณรักหรือสูญเสียประสบการณ์ที่ดีไป
เราไม่ได้บอกว่า Wine Hack ทุกตัวแย่ บางอย่างก็ใช้ได้จริง แต่ก่อนจะลองทำตาม ควรหยุดคิดสักนิดว่า
● มันสมเหตุสมผลทางวิทยาศาสตร์ไหม?
● มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
● มีวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลกว่าไหม?
ไวน์ขวดหนึ่งคือผลลัพธ์จากเวลา ความพยายาม และศิลปะของ winemaker การดูแลมันอย่างถูกต้องคือการให้เกียรติกับสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมา และที่สำคัญ คือการทำให้คุณได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากไวน์ขวดนั้น
ครั้งหน้าถ้าเห็น Wine Hack ไหนดูดี ลองเช็กข้อมูลจาก Sommelier หรือแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนลงมือ ไวน์ของคุณจะขอบคุณคุณ!