WINE & TRAVEL EP.1: Provence – ดินแดนแห่งไวน์ โรเซ่ และแสงแดดของฝรั่งเศสใต้
แสงอาทิตย์ ลม และไวน์สีชมพู

เมื่อเครื่องบินแตะรันเวย์ที่ Marseille–Provence Airport หรือรถไฟความเร็วสูงพาคุณมาถึงเมือง Aix-en-Provence สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ “อากาศ” ที่มีกลิ่นของดินแห้งอุ่น ๆ ผสมกลิ่นโรสแมรี่และกลิ่นไอทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ถนนเล็ก ๆ ที่เรียงรายด้วยต้นไม้ใหญ่พาคุณเข้าสู่เมืองสีทอง — โปรวองซ์คือการผสมผสานของแสง แร่ธาตุ และสายลม ภูเขาโอบล้อมไร่องุ่น ป่ามะกอก และทุ่งลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่งในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม และเมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำลง ทุกอย่างจะกลายเป็นเฉดสีชมพูแบบไวน์โรเซ่ในแก้ว
ที่นี่คือแหล่งกำเนิดของไวน์โรเซ่ที่ดีที่สุดในโลก แต่ในมุมของนักเดินทาง Provence คือ “บทกวีของชีวิต” ที่ให้รสชาติทั้งในแก้วและในใจ
ที่พักแนะนำสำหรับสาย Luxury Lifestyle

1. Château La Coste / Villa La Coste (เอ็กซ์-ออง-โปรวองซ์)
รีสอร์ตสุดหรูที่ผสมผสาน “ศิลปะ – สถาปัตยกรรม – ไวน์” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว บนพื้นที่กว่า 600 เอเคอร์ รายล้อมด้วยผลงานศิลปะจากศิลปินระดับโลก เช่น Tadao Ando, Louise Bourgeois คุณสามารถเดินชมงานศิลป์ จิบไวน์ และพักผ่อนในห้องพักสไตล์มินิมัลที่เปิดรับแสงแดดอ่อน ๆ ของ Provence
2. La Mirande (อาวีญง)
โรงแรมบูทีคในอาคารเก่าติดกับพระราชวังของพระสันตะปาปา (Palais des Papes) ภายในตกแต่งสไตล์ศตวรรษที่ 18 แต่แฝงความอบอุ่นของบ้านชนบทฝรั่งเศส เหมาะกับผู้ที่รักศิลปะและความคลาสสิก
3. Terre Blanche Resort & Spa (แคว้นวาร์)
รีสอร์ตระดับ 5 ดาวพร้อมสนามกอล์ฟ สปา และห้องอาหาร Fine Dining อยู่ท่ามกลางหุบเขาและทุ่งลาเวนเดอร์ เหมาะสำหรับการพักผ่อนระยะยาวและดื่มด่ำกลิ่นอายชนบทฝรั่งเศสแท้ ๆ
4. วิลล่าเช่าส่วนตัวใน Luberon (รูเบรอญ)
หมู่บ้านบนเนินเขา เช่น Gordes, Bonnieux, และ Ménerbes มีบ้านหินโบราณพร้อมวิวทุ่งไวน์สุดโรแมนติก เป็นตัวเลือกยอดนิยมของเซเลบริตี้จากปารีสและลอนดอน
เส้นทางแนะนำ – 7 วันในแสงแดดแห่ง Provence

Day 1–2: Aix-en-Provence และ Côteaux d’Aix
เมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรมบ้านเกิดของจิตรกร Cézanne เดินชมพิพิธภัณฑ์ Atelier Cézanne และจิบกาแฟในคาเฟ่เก่าแก่บนถนน Cours Mirabeau อย่าลืมแวะ Domaine des Béates หรือ Château Paradis เพื่อชิมไวน์โรเซ่สายสดชื่น
Day 3–4: Luberon Hilltop Villages
แวะชมหมู่บ้านหินโบราณที่งดงามราวกับภาพวาด โดยจะมีทั้งหมด 3 แห่ง คือ
● Gordes หมู่บ้านที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในฝรั่งเศส
● Roussillon เมืองสีแดงจากหิน ochre อันโด่งดัง
● Bonnieux และ Lacoste เมืองเล็กบนเนินเขาที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์
ช่วงเย็น แนะนำให้ทานอาหารเย็นที่ Restaurant David (Gordes) หรือ La Bastide de Marie ดื่มไวน์เคียงพระอาทิตย์ตกที่ทอดตัวเหนือไร่องุ่น
Day 5: Cassis – ไวน์ริมทะเลและอ่าวสีคราม

เมืองชายทะเลที่มีไวน์ขาวหอมกลิ่นเกลือทะเลและมะนาว ล่องเรือชม Calanques de Cassis — อ่าวหินสีขาวที่เป็นสัญลักษณ์ของ Provence มื้อเย็นแนะนำร้าน Chez Gilbert บนท่าเรือ Cassis พร้อมไวน์ขาว Cassis AOC
Day 6–7: Les Baux-de-Provence & Saint-Rémy
พื้นที่แห่งภูเขาและประวัติศาสตร์โรมัน เดินชมหมู่บ้าน Les Baux และแวะ Carrières de Lumières โรงแสดงศิลปะแสงและเสียงในเหมืองหินเก่า ต่อด้วยตลาดเช้าใน Saint-Rémy และเยี่ยมชมสถานที่ Van Gogh เคยพำนัก
แนะนำไร่องุ่นที่ต้องเยือน

1. Château d’Esclans (Sainte-Roseline)
เจ้าของไวน์ “Whispering Angel” อันโด่งดัง เปิดให้เข้าชมไร่และห้องเก็บไวน์ พร้อมชิมโรเซ่ในบรรยากาศชนบทสุดหรู
2. Domaine Tempier (Bandol)
ไวน์แดงและโรเซ่ชื่อดังจากพันธุ์ Mourvèdre ที่ปลูกบนเนินเขาใกล้ทะเล ไวน์มีโครงสร้างเข้มแต่หอมผลไม้สุกและสมุนไพร
3. Château La Coste
ไม่เพียงแค่ชิมไวน์ แต่ยังเดินชมงานศิลปะจากศิลปินระดับโลกท่ามกลางไร่องุ่น ทุกอาคารถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง เช่น Jean Nouvel และ Frank Gehry
อาหาร & ไลฟ์สไตล์ ของ Provence

ตลาดท้องถิ่นคือหัวใจของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นตลาดวันเสาร์ที่ Aix-en-Provence หรือวันพุธที่ Saint-Rémy-de-Provence เต็มไปด้วยชีสจากหมู่บ้านใกล้เคียง ขนมปังอบใหม่ น้ำมันมะกอก และดอกลาเวนเดอร์แห้ง
เมนูที่ต้องลอง
● Bouillabaisse (บุยยาเบส) – ซุปปลาทะเลในมะเขือเทศและสมุนไพร
● Tapenade – เพสท์มะกอกดำ กินคู่ขนมปังฝรั่งเศส
● Ratatouille – ผักย่างอบซอสที่หอมกลิ่นสมุนไพร
สำหรับคนที่ไม่ดื่มไวน์ ก็ยังสามารถสนุกกับรสชาติของ Provence ได้ กับน้ำองุ่นสดจากไร่ ไซเดอร์ผลไม้ และเครื่องดื่มลาเวนเดอร์โฮมเมด
ศิลปะ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณแห่งแสง

ไม่มีที่ใดในฝรั่งเศสที่ศิลปะและแสงสอดประสานได้งดงามเท่าที่นี่
● Atelier Cézanne ใน Aix — ห้องทำงานจริงของศิลปินที่ทิ้งผลงานไว้ในทุกมุมห้อง
● Carrières de Lumières – การแสดงแสงสีในเหมืองหินขนาดใหญ่ ใกล้ Les Baux-de-Provence
● Château La Coste Art Walk – เดินชมประติมากรรมกลางไร่องุ่น
เคล็ดลับการเดินทาง

● เดินทางช่วง มิถุนายน–กันยายน เพื่อเห็นลาเวนเดอร์บานเต็มที่
● จองโรงแรมล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน โดยเฉพาะใน Gordes และ Cassis
● ใช้บริการรถเช่าพร้อมคนขับท้องถิ่น จะได้เข้าถึงไร่องุ่นและจุดชมวิวพิเศษ
● มื้อค่ำในไร่ไวน์ตอนพระอาทิตย์ตกคือประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
“Provence ไม่ได้สอนให้คุณดื่มไวน์...แต่มันสอนให้คุณใช้ชีวิตอย่างไวน์” ที่นุ่มนวล ใช้เวลา และสุกงอมด้วยแสงอาทิตย์
ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของซีรีส์ Wine & Travel — บทกวีแห่งการเดินทางผ่านรสชาติ แสง และจังหวะชีวิต ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักไวน์หรือเพียงผู้เดินทางที่หลงใหลในความงามของโลก
โปรวองซ์จะทำให้คุณอยากหยุดเวลาไว้ในแก้วใบหนึ่ง