The House Behind the Style — 10 แชมเปญ ที่มาพร้อมตัวตนของเมซง
แชมเปญคือไวน์สปาร์กลิงที่ผูกติดกับภูมิภาคเดียวในโลก — แคว้นช็องปาญทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ที่ซึ่งดินชอล์ก อากาศเย็น และการหมักครั้งที่สองในขวด (méthode champenoise) หลอมรวมกันจนเกิดฟองละเอียดและเส้นกรดที่มีชีวิต บทความนี้พาสำรวจแชมเปญสิบขวดคัดสรรจาก Wine-Now ที่เล่าเรื่องได้ตั้งแต่ไอคอนวินเทจระดับตำนาน ไปจนถึงกรองด์มาร์กที่เป็นเสาหลักของทุกห้องใต้ดิน เพื่อให้คุณเข้าใจว่าอะไรอยู่เบื้องหลังแต่ละฉลาก และเลือกได้อย่างมั่นใจว่าขวดไหนตอบโจทย์รสนิยมและโอกาสของคุณ
แชมเปญไม่ได้เท่ากันทุกขวด ความแตกต่างเริ่มตั้งแต่พันธุ์องุ่นสามชนิดหลัก — Chardonnay ให้ความสง่างามและเส้นกรด, Pinot Noir ให้โครงสร้างและพลัง, Meunier ให้ความหอมและความนุ่ม — ไปจนถึงสัดส่วนไวน์สำรอง (reserve wine), ระดับน้ำตาลปิดท้าย (dosage) และการตัดสินใจว่าจะระบุปีเก็บเกี่ยว (vintage) หรือไม่ ทั้งหมดนี้คือภาษาที่แต่ละบ้านใช้บอกเล่าตัวตน
ดินชอล์กใต้แคว้นช็องปาญคือความลับที่ทำให้ฟองละเอียด กรดมีชีวิต และแชมเปญบ่มได้ยาวนานหลายทศวรรษ
—ห้าไอคอนไฮไลต์
Prestige & Vintage — แชมเปญที่นิยามคำว่าชั้นสูง
Philipponnat Clos des Goisses Extra Brut 2013

Clos des Goisses คือไร่องุ่นเดี่ยว (single vineyard) ที่ลาดชันที่สุดแห่งหนึ่งในแชมเปญ หันหน้าลงแม่น้ำมาร์นที่หมู่บ้าน Mareuil-sur-Aÿ ด้วยความชันเกือบ 45 องศาบนหินชอล์ก องุ่นจึงได้แสงแดดเต็มที่และสุกงามเป็นพิเศษ Philipponnat บรรจุขวดจากไร่นี้แยกเดี่ยวมาตั้งแต่ปี 1935 นับเป็นแชมเปญ single-vineyard รุ่นบุกเบิกของโลก บุคลิกเด่นด้วย Pinot Noir เป็นแกน เสริมด้วย Chardonnay ในสไตล์ Extra Brut ที่ปิดท้ายด้วยน้ำตาลต่ำ จึงได้โครงสร้างแน่น พลังเต็ม และศักยภาพบ่มยาวนาน วินเทจ 2013 เป็นปีที่เก็บช้าและอากาศเย็น เส้นกรดสูงและคลาสสิก เหมาะกับผู้ที่หลงใหลแชมเปญเชิงโครงสร้างที่รอเวลาให้เผยตัว
Louis Roederer Cristal Brut 2016

Cristal ถือกำเนิดในปี 1876 ตามคำสั่งของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งรัสเซีย ผู้ต้องการขวดใสก้นเรียบเพื่อความปลอดภัย — เอกลักษณ์นี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่เล่าประวัติศาสตร์ไปในตัว Roederer คัดองุ่นจากแปลง grand cru ของตนเอง ซึ่งหันมาทำเกษตรชีวพลวัต (biodynamic) มากขึ้นเรื่อยๆ ผสาน Pinot Noir กับ Chardonnay อย่างพิถีพิถัน วินเทจ 2016 ผ่านปีที่ท้าทายด้านอากาศแต่จบลงด้วยความสง่างาม ให้เส้นกรดคม มิเนอรัลชอล์กชัด ความตึงและความละเอียดคือลายเซ็นของ Jean-Baptiste Lécaillon เชฟเดอคาฟผู้ดูแล Cristal มายาวนาน
Taittinger Comtes de Champagne Blanc de Blancs 2013

Comtes de Champagne คือ prestige cuvée สาย blanc de blancs อันเลื่องชื่อ — Chardonnay 100% จากหมู่บ้าน grand cru บน Côte des Blancs อย่าง Avize, Le Mesnil, Cramant และ Chouilly ชื่อรุ่นมาจาก Thibaud IV เคานต์แห่งแชมเปญผู้เป็นทั้งนักรบและกวี Taittinger บ่มไวน์ส่วนหนึ่งในถังไม้โอ๊กใหม่เล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติและความลึก ผลลัพธ์คือความสง่างามแบบดอกไม้ กลิ่นซิตรัสสดใส และบรียอชละมุน วินเทจ 2013 ให้เส้นกรดสวยและความบริสุทธิ์ที่เป็นแบบฉบับของ blanc de blancs ชั้นสูงอย่างแท้จริง
Dom Pérignon 2015

ชื่อของ Dom Pérignon มาจากบาทหลวง Pierre Pérignon ผู้เป็นตำนานแห่งการทำไวน์ในแคว้นช็องปาญ ทุกขวดของ Dom Pérignon คือวินเทจเสมอ — ผลิตเฉพาะปีที่ Moët & Chandon เชื่อว่าคุณภาพดีพอที่จะบันทึกไว้ วินเทจ 2015 เป็นปีที่อบอุ่นและองุ่นสุกงาม จึงให้สไตล์เข้มข้น กลมกล่อม แต่ยังคงความคมชัดไว้ได้อย่างน่าทึ่ง เป็นผลงานในยุคของ Vincent Chaperon เชฟเดอคาฟคนปัจจุบัน สมดุลระหว่างพลังและความละเอียดคือเหตุผลที่ Dom Pérignon ยังคงเป็นมาตรฐานของแชมเปญ prestige ระดับโลก
Laurent-Perrier Cuvée Rosé

Cuvée Rosé ของ Laurent-Perrier คือโรเซ่ในตำนานที่ทำด้วยวิธี saignée — หมักองุ่น Pinot Noir 100% แบบสัมผัสเปลือกเพื่อดึงสีชมพูและกลิ่นผลไม้แดงออกมาอย่างเต็มที่ ขวดทรงป่องเป็นเอกลักษณ์ ได้แรงบันดาลใจจากขวดยุคพระเจ้าอ็องรีที่ 4 บุคลิกโดดเด่นด้วยกลิ่นราสป์เบอร์รี สตรอว์เบอร์รี และเชอร์รีสด เป็นเบนช์มาร์กของโรเซ่แชมเปญที่นักชิมหลายคนใช้เทียบมาตรฐาน เหมาะกับโอกาสเฉลิมฉลองและมื้ออาหารที่ต้องการทั้งสีสันและความสง่างาม
เสิร์ฟแชมเปญที่อุณหภูมิราว 8–10°C ในแก้วทรงทิวลิปแทนแก้วปากกว้าง เพื่อคงกลิ่นหอมและฟองอากาศให้อยู่ในแก้วได้นานขึ้น สำหรับ prestige cuvée วินเทจ การปล่อยให้อุณหภูมิขยับขึ้นเล็กน้อยขณะจิบจะช่วยให้กลิ่นซับซ้อนเผยตัวได้ครบมิติยิ่งขึ้น
ห้ากรองด์มาร์กเสาหลัก
Essential Houses — บ้านแชมเปญที่นิยามสไตล์

ถ้าห้าไอคอนด้านบนคือจุดสูงสุดของแชมเปญ ห้ากรองด์มาร์กต่อไปนี้คือเสาหลักที่ทุกห้องใต้ดินต้องมี — บ้านที่นิยามสไตล์ของตัวเองมาหลายชั่วอายุคนและยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นสำหรับทั้งมือใหม่และนักชิมสายลึก
Bollinger Special Cuvée
Bollinger คือบ้านที่ยึด Pinot Noir เป็นหัวใจ Special Cuvée จึงมีบุคลิกเข้มข้นและมีมิติแบบไวน์ (vinous) หมักไวน์ส่วนหนึ่งในถังไม้โอ๊ก และใช้ไวน์สำรองที่บ่มใต้จุกไม้ก๊อกในขวดแมกนัมเป็นสัดส่วนสูง จึงได้ความลึกและกลิ่นบรียอช แอปเปิลอบ และขนมปังปิ้ง เป็นแชมเปญที่แฟนภาพยนตร์สายลับคุ้นเคยดี และเป็นตัวแทนของสไตล์แชมเปญที่หนักแน่นและมีคาแรกเตอร์ชัด
Pol Roger Brut Réserve
รู้จักกันในชื่อ "White Foil" — Brut Réserve ผสมสามพันธุ์หลักในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ทั้ง Pinot Noir, Chardonnay และ Meunier จึงให้ความสมดุลและฟองที่ละเอียดเป็นพิเศษ Pol Roger คือบ้านโปรดของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล ถึงขั้นที่ภายหลังมีการตั้งชื่อ prestige cuvée เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน สไตล์สง่างาม กลมกล่อม บ่มนานราวสี่ปีก่อนออกจากห้องใต้ดิน เป็นกรองด์มาร์กที่ปรากฏบนโต๊ะอาหารระดับคลาสสิกเสมอมา
Charles Heidsieck The Brut Réserve
จุดเด่นของ Charles Heidsieck อยู่ที่สัดส่วนไวน์สำรองที่สูงและมีอายุเฉลี่ยราวสิบปี ทำให้ Brut Réserve มีความซับซ้อน กลิ่นถั่วคั่ว คาราเมล และความอิ่มลึกที่หาได้ยากในระดับเดียวกัน ฉายา "Champagne Charlie" มาจาก Charles-Camille Heidsieck ผู้ก่อตั้งที่มีเรื่องเล่าโลดโผนข้ามมหาสมุทร เป็นหนึ่งใน non-vintage ที่นักชิมจำนวนมากยกให้เป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างความหรูและความเป็นเลิศได้อย่างงดงาม
Barons de Rothschild Concordia Brut
บ้านแชมเปญนี้ก่อตั้งในปี 2005 จากความร่วมมือของสามสาขาในตระกูล Rothschild ยึดแนวทาง Chardonnay เป็นแกน เน้นความสง่างามและความประณีตในสไตล์ Côte des Blancs ชื่อ "Concordia" สื่อถึงความกลมเกลียวและการรวมกันของตระกูล บุคลิกละเมียด สะอาด และหรูอย่างเงียบๆ (discreet luxury) เหมาะกับผู้ที่มองหาความเรียบหรูซึ่งไม่ต้องประกาศตัว แต่รับรู้ได้จากรายละเอียดในทุกจังหวะ
Champagne Telmont Réserve Brut
Telmont ชูปรัชญา "Au Nom de la Terre" หรือ "ในนามของผืนดิน" มุ่งสู่เกษตรอินทรีย์และความยั่งยืนอย่างจริงจัง ตั้งแต่การลดกล่องของขวัญไปจนถึงการใช้ขวดใสเพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินต์ Réserve Brut ผสมสามพันธุ์คลาสสิกของแชมเปญ ให้ความสดและความแม่นยำที่ทันสมัย เป็นบ้านที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม จึงตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจทั้งที่มาของสิ่งที่เลือกและความรับผิดชอบต่อโลก
อ่านแชมเปญให้ลึกกว่าฉลาก
สามคำที่ช่วยให้เลือกได้แม่นยำขึ้น
เมื่อเข้าใจโครงสร้างเบื้องหลัง คุณจะเลือกแชมเปญได้ตรงใจโดยไม่ต้องพึ่งราคาเป็นตัวตัดสิน สามแนวคิดต่อไปนี้คือกุญแจสำคัญ
ส่วนโรเซ่แชมเปญนั้นมีสองวิธีหลัก — แบบ assemblage คือผสมไวน์แดงนิ่งลงไปเล็กน้อย ส่วนแบบ saignée อย่าง Laurent-Perrier Cuvée Rosé คือการหมักสัมผัสเปลือกองุ่นแดงโดยตรง จึงได้สีและกลิ่นผลไม้แดงที่เข้มและมีมิติมากกว่า
คำถามที่พบบ่อย
NV (non-vintage) เบลนด์องุ่นจากหลายปีเพื่อรักษาสไตล์ของบ้านให้สม่ำเสมอทุกล็อต ส่วน Vintage ผลิตเฉพาะปีที่คุณภาพองุ่นโดดเด่น และจะระบุปีบนฉลาก จึงสะท้อนเอกลักษณ์ของฤดูกาลนั้นเป็นการเฉพาะ
คือแชมเปญที่ทำจากองุ่นขาว Chardonnay 100% ให้บุคลิกสง่างาม เส้นกรดคม มิเนอรัลชัด และมักบ่มได้ยาวนาน ตัวอย่างในบทความนี้คือ Taittinger Comtes de Champagne
ทั้งคู่เป็นแชมเปญแบบแห้ง แต่ Extra Brut มีปริมาณน้ำตาลปิดท้าย (dosage) ต่ำกว่า Brut จึงให้ความรู้สึกคมและตรงไปตรงมามากกว่า เผยเนื้อแท้ของไวน์ได้ชัดเจน
มีสองวิธีหลัก คือการผสมไวน์แดงนิ่งเข้าไป (assemblage) และการหมักสัมผัสเปลือกองุ่นแดง (saignée) วิธีหลังให้สีและกลิ่นผลไม้แดงที่เข้มกว่า อย่างที่พบใน Laurent-Perrier Cuvée Rosé
อยากได้แชมเปญที่ใช่กับโอกาสของคุณ?
บอกทีมเราว่าเป็นโอกาสแบบไหน งบเท่าไร แล้วเราจะช่วยเลือกขวดที่ตอบโจทย์ที่สุด
แชมเปญที่ดีที่สุดไม่ใช่ขวดที่แพงที่สุด แต่เป็นขวดที่เล่าเรื่องราวและตอบโจทย์โอกาสของคุณได้ตรงที่สุด
