Frosé กลับมาแล้ว และรอบนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ
ในฤดูร้อนปี 2016 วิดีโอของ Justin Sievers ที่ทำ Frosé ที่ร้าน Bar Primi ในนิวยอร์ก ถูกเผยแพร่โดย Insider และทำยอด 9.47 ล้านวิวบน Facebook ขณะที่นิตยสาร Bon Appétit และ Vogue ต่างยกให้เป็นเครื่องดื่มประจำฤดูกาลของปีนั้น แปดปีต่อมามันกลับมาอีกครั้ง — แต่คราวนี้มาจากทิศทางที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ในบทความนี้
ทำไมรอบนี้ต่างจากปี 2016

Justin Sievers บาร์เทนเดอร์จากร้าน Bar Primi ในนิวยอร์ก สร้างไวน์โรเซ่ Sicilian Rosé แช่แข็งผสมเวอร์มุตและสตรอว์เบอร์รี่บด ตั้งชื่อมันว่า Frosé และเพียงไม่กี่สัปดาห์มันกลายเป็นภาพถ่ายบน Instagram ของคนทั้งโลก
แต่กระแสรอบนั้นจางลงเร็วพอ ๆ กับที่มันมา เกิดจากเหตุผลเพียงข้อเดียว คือร้านส่วนใหญ่ทำผิดวิธี ใช้โรเซ่ที่กรดน้อย ใส่น้ำเชื่อมจนเกินพอดี และเปลี่ยนเครื่องดื่มที่ควรเป็นไวน์ปั่นที่มีบุคลิกให้กลายเป็นแค่ Slushy รสหวานที่ดูไม่ต่างจากเครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อ
จนกระทั่งปี 2024 Frosé กลับมาอีกครั้ง และรอบนี้ต่างจากครั้งที่ผ่านมา
กระแสปี 2016
ขับเคลื่อนโดย Lifestyle Media — ภาพสีชมพูสวย บรรยากาศโรงแรมริมหาด ทำมาเพื่อขายภาพ ไม่ใช่รสชาติ
กระแสปี 2024
มาจากบาร์เทนเดอร์และซอมเมลิเย่ที่มอง Frozen Wine เป็น technique ของวงการ — มีกฎ มีเหตุผล บาร์ระดับ Fine Dining ในนิวยอร์ก โตเกียว และสิงคโปร์ใส่ไว้ในเมนูอย่างจริงจัง
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนกระแสรอบนี้ยังมีสภาพอากาศโลกที่ร้อนขึ้น โดยเฉพาะในเอเชียที่ฤดูร้อนกินเวลายาวกว่ายุโรปหลายเท่า กรุงเทพในเดือนเมษายนที่อุณหภูมิทะลุ 38°C ทำให้ "ไวน์เย็นจัด" กลายเป็นวิธีดื่มไวน์ที่สมเหตุสมผลที่สุดในช่วงนี้ของปี (หรืออาจจะตลอดทั้งปีสำหรับบ้านเรา)
กฎเหล็กข้อเดียว — โรเซ่กรดสูงเท่านั้น

หากคุณจะเริ่มทำ Frosé มันไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด แต่มีข้อควรจำเพียงข้อเดียว คือ...
กระบวนการแช่แข็งและปั่นทำให้ไวน์เจือจางลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ — น้ำที่แยกตัวออกจากแอลกอฮอล์ในตอนแช่แข็งจะกลับมาผสมเมื่อปั่น และเครื่องดื่มที่ออกมาจะจืดกว่าไวน์ต้นทางเสมอ หากกรดต้นทางอ่อนอยู่แล้ว ผลที่ได้จะ flat ขาดมิติ และเหลือแค่ความหวานของน้ำเชื่อมเป็นรสนำ
โรเซ่กรดสูงคงความสดและบุคลิกของผลไม้ได้ตลอดการดื่ม แม้น้ำแข็งจะค่อย ๆ ละลายในแก้ว — โรเซ่กรดต่ำไม่รอดจากกระบวนการนี้
คู่มือเลือกไวน์ต้นทาง
โรเซ่ที่เหมาะสำหรับ Frosé
สูตร Frosé Classic สำหรับ 4 แก้ว
ส่วนผสม: Provence Rosé หรือ Spanish Rosado งบ 600–800 บาท 1 ขวด (750ml) · Strawberry สด 200 กรัม · น้ำตาลทราย 50 กรัม · น้ำมะนาวจากครึ่งลูก · เกลือสมุทร 1 หยิบมือ
แช่ไวน์ในถาดทรงตื้น — เทไวน์ลงในถาดสแตนเลสหรืออะลูมิเนียมทรงตื้น (ถาดอบขนมก็ใช้ได้) แช่ในช่องแช่แข็ง 6 ชั่วโมง
ปริมาณแอลกอฮอล์ 12–13% ป้องกันไม่ให้ไวน์แข็งเป็นก้อน เนื้อที่ได้จะเป็น Slushy ที่ตักได้ด้วยช้อนทำ Strawberry Syrup — ต้มสตรอว์เบอร์รี่กับน้ำตาลและน้ำเล็กน้อยจนเหลวเป็นไซรัป กรองและพักให้เย็นสนิทก่อนใช้ หรือใช้แบบสำเร็จรูปถ้าต้องการความสะดวก
ปั่น — ใส่ไวน์แช่แข็งลงเครื่องปั่นพร้อมไซรัป น้ำมะนาว และเกลือทะเลหนึ่งหยิบมือ (ย้ำว่าหนึ่ง "หยิบ" ไม่ใช่หนึ่งกำมือ!) จากนั้นปั่นให้เนื้อเนียน
เกลือไม่ทำให้เครื่องดื่มเค็ม — มันดึงรสชาติของผลไม้ขึ้นมาและตัดความหวานโดยไม่ต้องลดน้ำตาล นี่คือเคล็ดลับที่แยก Frosé ในบาร์ออกจาก Frosé ที่บ้านส่วนใหญ่ แต่เกลือที่ใช้ ต้องเป็น "เกลือสมุทร" เท่านั้นเสิร์ฟทันที — เทใส่ Coupe glass หรือแก้วไวน์ใหญ่ ตกแต่งด้วยใบมินต์หรือสตรอว์เบอร์รี่ผ่าครึ่ง
Frosé ที่ดีที่สุดอยู่ในช่วง 5 นาทีแรกหลังปั่น — ปั่นเมื่อพร้อมจะเสิร์ฟ ไม่ใช่ตั้งทิ้งไว้รอUpgrade จากสูตรดั้งเดิม Bar Primi
เติม Dry Vermouth 30ml ในขั้นที่ 3 จะได้คาแรคเตอร์สมุนไพรและความขมเล็กน้อยที่หาไม่ได้จากโรเซ่อย่างเดียว — นี่คือเคล็ดลับดั้งเดิมจากสูตรปี 2016 ที่ทำให้ Bar Primi ต่างจากเวอร์ชันที่ทำตาม ๆ กันมา
Frozen White Wine — ทางเลือกที่กรุงเทพยังไม่ค่อยรู้จัก
นอกจาก Frosé กระแสคู่ขนานที่บาร์ในโตเกียวและสิงคโปร์ทดลองคือ Frozen White Wine ใช้หลักการเดียวกันทุกประการ เปลี่ยนแค่ไวน์ต้นทางและเลือกผลไม้ที่เข้ากับองุ่นนั้น
3 สไตล์ — 3 บุคลิกที่ต่างกัน
Riesling Frozen
Riesling จาก Mosel หรือ Rheingau ของเยอรมนีมีกรดสูงที่สุดในบรรดาไวน์ขาวคุณภาพ กลิ่นพีชและมะนาวคงอยู่ได้นานหลังแช่แข็ง และความหวานเล็กน้อยใน Kabinett หรือ Spätlese สมดุลกับความเย็นโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล ผลไม้ที่เข้ากัน: พีชสด ลดน้ำตาลลงเหลือ 30 กรัม
Gewürztraminer Frozen
ให้กลิ่นลิ้นจี่ ดอกกุหลาบ และเครื่องเทศที่ชัดเจนแม้หลังแช่แข็ง เมื่อเจอกับอาหารไทยรสจัด มันทำสิ่งที่ไวน์ขาวทั่วไปทำไม่ได้ — ดื่มได้จริงและไม่โดนกลบ ผลไม้ที่เข้ากัน: ลิ้นจี่กระป๋อง 200 กรัมพร้อมน้ำลิ้นจี่ 30ml แทนน้ำเชื่อม ได้กลิ่นลิ้นจี่ซ้อนชั้นที่หาไม่ได้จากที่อื่น
Sauvignon Blanc Frozen
จาก Marlborough คือเวอร์ชันที่สดที่สุดในกลุ่ม กลิ่นเสาวรสและสมุนไพรชัดเจนแม้หลังปั่น เหมาะสำหรับบ่ายแดดร้อนมากกว่าทุกสูตรในรายการนี้ ผลไม้ที่เข้ากัน: แตงกวาฝานบาง 50 กรัมและใบมินต์ 5–6 ใบ ลดน้ำตาลลงเหลือ 20 กรัม
คำถามที่คนทำ Frosé ที่บ้านมักถาม
ใช้โรเซ่ราคา 300 บาททำได้ไหม?
ทำได้แต่อาจจะไม่ใช่อย่างที่หวัง โรเซ่ระดับ Budget ในตลาดไทยส่วนใหญ่กรดต่ำและหวานเกินไป ลงทุนกับ Provence Rosé งบ 600–800 บาทจะคุ้มค่ากว่ามาก เครื่องดื่มที่ออกมาจะมีบุคลิกของไวน์จริง ไม่ใช่แค่น้ำหวานเย็น
ต้องใช้เครื่องปั่นแบบไหน?
เครื่องปั่นทั่วไปที่บ้านใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น Vitamix หรือ Blendtec ขอเพียงให้ใบมีดคมพอจะตัดน้ำแข็ง ปั่นเป็นจังหวะสั้น ๆ หลายรอบจะดีกว่าปั่นยาวต่อเนื่องครั้งเดียว
Frosé เก็บได้ไหม?
Frosé เป็นเครื่องดื่มที่ปั่นแล้วต้องเสิร์ฟทันที หากต้องเตรียมล่วงหน้า ให้แช่ไวน์และทำไซรัปไว้ก่อน แล้วปั่นเฉพาะตอนใกล้เสิร์ฟ เว้นแต่คุณอยากได้ไอศกรีมซอร์เบทแทน
ปริมาณแอลกอฮอล์สูงแค่ไหน?
สูงกว่าที่หลายคนคาด — ใช้ไวน์ทั้งขวดผสมในเครื่องดื่ม 4 แก้ว เท่ากับโรเซ่ประมาณหนึ่งแก้วครึ่งต่อหนึ่ง Frosé ความเย็นและความหวานทำให้รับรู้ความแรงน้อยลง — อย่าลืมเตือนแขกของคุณเรื่องนี้ด้วย
อยากให้เราช่วยเลือกโรเซ่สำหรับทำ Frosé?
บอก Sommelier ของเรางบและจำนวนแก้ว — เราเลือกขวดที่ใช่ให้
Frozen Wine ที่ดีที่สุดไม่ได้วัดที่สีสันบนแก้ว — แต่วัดจากบุคลิกของไวน์ต้นทางที่ยังปรากฏชัดเจนแม้ผ่านการแช่แข็งและปั่น



