เมื่อขนมไทยเจอกับไวน์: ความหวานพอดีที่ลงตัว
หลายคนคิดว่าไวน์เข้ากับอาหารฝรั่ง ชีส หรือของหวานแบบตะวันตกเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ขนมไทยหลายอย่างกลับเข้ากับไวน์ได้อย่างลงตัวน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะขนมไทยที่มีความหวานน้อย ไม่เลี่ยน มีเนื้อสัมผัสละเอียด และกลิ่นหอมจากกะทิ ใบเตย หรือดอกมะลิ ซึ่งล้วนเป็นโน้ตที่พบในไวน์หลายสไตล์
การจับคู่ขนมไทยกับไวน์ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมการกินที่น่าสนใจ คีย์สำคัญคือเลือกขนมที่ไม่หวานจนเกินไป เพราะความหวานมากเกินไปจะทำให้ไวน์รสชาติดูจืดและขม วันนี้เรามีขนมไทยหวานน้อย 5 เมนูที่เข้ากับไวน์ได้อย่างลงตัว
1. ขนมครก

ขนมไทยโบราณที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า กะทิ น้ำตาลทราย หอมกะทิ หวานน้อย มีเนื้อสัมผัสนุ่มนอก กรอบใน โรยหน้าด้วยต้นหอมและข้าวโพดหวาน หรือเผือก กินร้อน ๆ อร่อยที่สุด ความหอมของกะทิเด่นชัด
เข้ากับไวน์ Chenin Blanc จาก Loire Valley ฝรั่งเศส แบบ demi-sec (หวานนิดหน่อย) มีความเปรี้ยวสดชื่น กลิ่นดอกไม้ขาว น้ำผึ้ง เข้ากับกลิ่นกะทิหอม ๆ หรือลอง Torrontés จากอาร์เจนตินา ที่มีกลิ่นดอกไม้หอม สดชื่น เบา ๆ เข้ากับความหวานละมุนของขนมครก
ความหวานของไวน์สมดุลกับความหวานของขนมครก ความเปรี้ยวช่วยตัดความมันของกะทิ กลิ่นดอกไม้ในไวน์เสริมกลิ่นหอมของกะทิ เนื้อสัมผัสกรอบนุ่มของขนมคอนทราสต์กับความครีมมี่ของไวน์ได้ดี
2. สาคูไส้หมู

สาคูนุ่ม ๆ โปร่งแสง ไส้หมูหวานนิดเค็มนิด เครื่องเคียงผักกาดหอม แตงกวา พริกแดง รสชาติสมดุลระหว่างหวาน เค็ม และสดชื่น
เข้ากับไวน์ Gewürztraminer จากอัลซัส ฝรั่งเศส มีกลิ่นดอกไม้ ลิ้นจี่ โรสวอเตอร์ เข้ากับความหอมของใบเตยในตัวสาคู หรือลอง Grüner Veltliner จากออสเตรีย ที่มีความเปรี้ยวสดชื่น พริกไทยขาว เข้ากับผักกาดหอมและแตงกวา
กลิ่นหอมดอกไม้และเครื่องเทศในไวน์เสริมกลิ่นใบเตย ความเปรี้ยวตัดความมันของไส้หมู ความสดชื่นของไวน์เข้ากับเครื่องเคียง
3. ขนมชั้น

ขนมไทยที่สวยงามด้วยสีสันหลากหลายชั้น แต่ละชั้นนุ่มเนียน หอมกะทิและใบเตย หวานน้อย เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มเด้ง กลิ่นหอมละมุน ขนมชั้นทำจากแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน กะทิ น้ำตาล ผสมสีธรรมชาติจากใบเตย กระเจี๊ยบ ฟักทอง สร้างเป็นชั้นสวยงาม แต่ละชั้นต้องนึ่งให้สุกก่อนเทชั้นถัดไป ใช้เวลาและความพิถีพิถันในการทำ
เข้ากับ Riesling แบบ off-dry หรือ Kabinett จากเยอรมนี มีความหวานนิดหน่อย ความเปรี้ยวสูง กลิ่นผลไม้สด น้ำผึ้ง เข้ากับเนื้อสัมผัสนุ่มของขนมชั้น หรือลอง Vouvray แบบ moelleux ที่หวานนิดหน่อย ซับซ้อน มีกลิ่นดอกไม้ขาว
ความหวานของไวน์ไม่ทับความหวานของขนมชั้น แต่เสริมให้กลมกล่อมขึ้น ความเปรี้ยวของ Riesling ช่วยล้างปากและทำให้สดชื่น ไม่รู้สึกเลี่ยน กลิ่นน้ำผึ้งและผลไม้สดในไวน์เสริมกลิ่นใบเตยและกะทิ เนื้อสัมผัสที่นุ่มเนียนเหนียวของขนมเข้ากับความครีมมี่และน้ำมันหอมระเหยของไวน์ สีสันสวยงามของขนมชั้นกับสีทองอ่อนของ Riesling ดูน่ารับประทานมาก
4. ขนมเปียกปูน

ขนมไทยโบราณที่นุ่มละมุน หอมกะทิและดอกมะลิ หวานน้อย เนื้อสัมผัสนุ่มละเอียดละลายในปาก กินแล้วไม่เลี่ยน ขนมเปียกปูนทำจากแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน กะทิ น้ำตาล และน้ำดอกมะลิ นึ่งจนสุกแล้วตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ เนื้อสัมผัสเด้ง ๆ นุ่ม ๆ ละเอียดอ่อน กลิ่นหอมของดอกมะลิและกะทิผสมผสานกันอย่างลงตัว ไม่หวานจนเกินไป เป็นขนมที่ดูเรียบง่ายแต่ต้องใช้ฝีมือในการทำให้เนื้อสัมผัสนุ่มพอดี
เข้ากับไวน์ Viognier จากฝรั่งเศสหรือออสเตรเลีย มีกลิ่นดอกมะลิ ดอกไม้ขาว พีช แอปริคอต เนื้อสัมผัสครีมมี่ เข้ากับเนื้อขนมเปียกปูนที่นุ่มละเอียด หรือลอง Albariño จากสเปน ที่มีความเปรี้ยวสดชื่น กลิ่นดอกไม้ขาว
กลิ่นดอกมะลิในขนมตรงกับกลิ่นดอกไม้และดอกมะลิที่เด่นชัดใน Viognier ความครีมมี่และน้ำมันของไวน์เข้ากับเนื้อสัมผัสนุ่มละเอียดของขนม ความเปรี้ยวของไวน์ตัดความมันของกะทิ ทำให้ไม่รู้สึกเลี่ยน โน้ตผลไม้อย่างพีชและแอปริคอตในไวน์เสริมความหวานธรรมชาติของขนม ทั้งขนมและไวน์มีความสง่างามและละมุนในแบบของตัวเอง
5. วุ้นกะทิ

ขนมไทยเบา ๆ สดชื่น วุ้นนุ่ม ๆ หอมกะทิ หวานน้อย แช่เย็นชื่นใจ เหมาะกับอากาศร้อน ๆ วุ้นกะทิทำจากวุ้น กะทิ น้ำตาล เกลือ เนื้อสัมผัสนุ่มลื่น ไม่หนักท้อง กลิ่นหอมของกะทิแท้ ๆ โดดเด่น บางสูตรเติมใบเตยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม หรือโรยหน้าด้วยงาคั่ว ขนมนี้เสิร์ฟเย็น ๆ ชื่นใจมาก เป็นขนมหลังอาหารที่ไม่หนัก เบา ๆ สดชื่น
เข้ากับไวน์ Rosé Champagne หรือ Sparkling Rosé จากฝรั่งเศส ฟองละเอียด สดชื่น มีกลิ่นสตรอว์เบอร์รี เข้ากับความเบาของวุ้นกะทิ หรือลอง Prosecco Rosé จากอิตาลี ที่ฟองเบา ๆ ราคาไม่แพง ดื่มง่าย
ฟองของไวน์ช่วยล้างปากและทำให้สดชื่น ตัดความมันของกะทิได้ดีมาก ความเบาของไวน์ไม่ทับความละเอียดของวุ้น ความเย็นของวุ้นกับความเย็นของไวน์เข้ากันลงตัว สร้างประสบการณ์สดชื่นชื่นใจ สีชมพูของ Rosé Champagne กับสีขาวนวลของวุ้นกะทิดูสวยงามบนโต๊ะ กลิ่นผลไม้แดงในไวน์เสริมความหวานละมุนของขนม ทั้งสองอย่างมีความสง่างามและเบาสบายในแบบของตัวเอง เหมาะสำหรับหลังมื้อหนักหรือในช่วงบ่ายที่อากาศร้อน